กัณญภัค ตันติพิพัฒนพงศ์ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตัวเลขการส่งออกเดือน กรกฎาคม มีมูลค่า 18,819 ล้านดอลลาร์ ติดลบ 11.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 15,576 ล้านดอลลาร์ ติดลบ 26.38% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้7 เดือนที่ผ่านมา การส่งออกไทยติดลบ 7.72% หรือประมาณ 133,162 ล้านดอลล่าร์ฯ และนำเข้าติดลบ 14.69% และ ซึ่งก็ถือว่าในเดือน กรกฎาคมการส่งออกไทยทำได้ค่อนข้างดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และจากตัวเลขดังกล่าว ส่งผลให้ สรท. ยังคงเป้าการส่งออกปีนี้ไว้ที่ ติดลบ 10%
โดยสินค้าที่ขยายตัวได้ดี และยังเป็นปัจจัยบวกต่อการส่งออก ส่วนใหญ่อยู่ในหมวดอาหาร และสินค้าในกลุ่มชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิก ที่ได้อานิสงค์จากมาตรการ wfh ของต่างประเทศ ส่วนสินค้าที่หดตัว ได้แก่ สินค้าเกี่ยวกับน้ำมัน และรถยนต์
สำหรับปัจจัยลบที่ยังต้องจับตามีอยู่ประมาณ 3-4 เรื่อง อาทิ สถานการ์แพร่ระบาดทั่วโลกที่ยังรุนแรง และการระบาดระรอก2 ทำให้เริ่มมีการกลับมาใช้มาตรการที่เข้มงวดอีกครั้งซึ่งอาจจะกระทบกับกำลังซื้อของประชาชน / รวมถึงปัญหาเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง/ ปัญหาด้านโลจิสติกที่ยังเป็นปัญหาเรื้อรัง รวมถึงปัญหาเรื่องภัยแล้งด้วย
ประธานสภาผู้ส่งออก เน้นย้ำว่า ปัญหาด้านโลจิสติกทั้งในและต่างประเทศ ถือ เป็นปัจจัยที่จะต้องจับตาอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะ ค่าใช้จ่ายการขนส่งสินค้าทางทะเลที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้ สรท. ได้เรียกร้องไปยังรัฐบาลให้เร่งแก้ปัญหาด้านโลจิสติกส์โดยเร็ว เพื่อลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ