แลนเซ็ท ยอมรับวัคซีนรัสเซีย สปุตนิก-วี
05 ก.ย. 2563 | piyarom

วารสารการแพทย์เก่าแก่และได้รับการยอมรับนับถือมากที่สุดฉบับหนึ่งของโลกอย่าง แลนเซ็ท ยอมรับประสิทธิภาพของวัคซีน สปุตนิก-วี ของรัสเซีย แต่ก็ติงว่ายังคงต้องทำการทดสอบระยะยาวต่อไป
ข่าว
05 ก.ย. 2563 | piyarom

วารสารการแพทย์เก่าแก่และได้รับการยอมรับนับถือมากที่สุดฉบับหนึ่งของโลกอย่าง แลนเซ็ท ยอมรับประสิทธิภาพของวัคซีน สปุตนิก-วี ของรัสเซีย แต่ก็ติงว่ายังคงต้องทำการทดสอบระยะยาวต่อไป
ผลการศึกษาที่เผยแพร่ใน "แลนเซ็ท" (The Lancet) หนึ่งในวารสารการแพทย์ที่เก่าแก่ที่สุดและได้รับการยอมรับนับถือมากที่สุด ระบุว่า "สปุตินิก-วี" วัคซีนต้านโควิด-19 ตัวแรกของโลกที่ได้รับการจดทะเบียน ประสบความสำเร็จในการใช้กับกลุ่มตัวอย่างทั้ง76 คน โดยแต่ละคนที่ได้รับวัคซีนได้สร้าง "แอนติบอดี้" หรือ ภูมิต้านทานในร่างกายโดยไม่มีสัญญาณของผลข้างเคียงใดๆ
ในการทดสอบ อาสาสมัคร 76 คน ได้ถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ในจำนวนที่เท่ากัน เพื่อเข้ารับการทดสอบวัคซีน 2 แบบ คือแบบแช่แข็งกับแบบผง โดยฉีดคนละ 2 เข็ม ในระยะเวลา 42 วัน ซึ่งไม่พบผลข้างเคียงรุนแรง มีเพียงมีไข้และปวดจุดที่ฉีด หรือปวดที่ข้อเท่านั้น
สปุตนิก-วี ได้รับเงินทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาโดยกระทรวงสาธารณสุขรัสเซีย โดยเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ได้ประกาศว่า รัสเซียได้ขึ้นทะเบียนให้สปุตนิก-วี เป็นวัคซีนป้องกันโควิด-19 ตัวแรกของโลก โดยเป็นการพัฒนาร่วมระหว่าง "สถาบันวิจัยด้านระบาดวิทยาและจุลชีววิทยากามาเลยา" กับกระทรวงกลาโหม เขาบอกด้วยว่า ลูกสาวคนหนึ่งของเขา ได้เข้ารับการฉีดแล้ว และเตรียมจะจัดฉีดชุดแรกให้ครูกับบุคลากรการแพทย์ ก่อนกระจายสู่สาธารณะชนทั่วไป ในปีหน้า
ตอนแรกที่ขึ้นทะเบียน นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านการระบาดวิทยาทั่วโลก ได้วิพากษ์วิจารณ์รัสเซีย ที่เร่งรีบพัฒนาวัคซีน และตั้งคำถามถึงความปลอดภัยเพราะจำนวนของผู้เข้ารับการทดสอบน้อยมาก ขณะที่แลนเซ็ท ระบุว่า แม้ว่าการทดสอบจะประสบความสำเร็จ แต่ก็จำเป็นต้องมีการทดสอบระยะยาว รวมถึงการเปรียบเทียบยาหลอก เพื่อสร้างคุณภาพที่แท้จริงตามมาตรฐานของแลนเซ็ท
รัสเซียไม่ใช่ประเทศเดียว ที่เร่งพัฒนาวัคซีนต้านโควิด-19 เมื่อเดือนกรกฎาคม ก็มีวัคซีนที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ด และพบว่า สร้างภูมิคุ้มกันให้แก่อาสาสมัครที่เข้ารับการทดสอบ 1,077 คน ซึ่งก่อนหน้านั้น เจมส์ โบร๊คเคนเชอร์ รัฐมนตรีความมั่นคงของอังกฤษ ได้อ้างว่า แฮ็คเกอร์ของรัสเซียได้โจมตีห้องแล็บของอังกฤษและขโมยข้อมูลการวิจัยวัคซีนไป