เนชั่นทีวี

ข่าว

ท​ลายเครือข่ายข้ามชาติ หลอกขายหน้ากากบนเว็บไซต์ชื่อดัง เสียหายกว่า 12 ล้านบาท

03 ก.ย. 2563 | sitthichai_nak

ท​ลายเครือข่ายข้ามชาติ หลอกขายหน้ากากบนเว็บไซต์ชื่อดัง เสียหายกว่า 12 ล้านบาท

ตำรวจบุกจับเครือข่ายหลอกขายหน้ากากอนามัย เปิดบริษัทบังหน้าในไทย เชื่อมลิงค์มุ่งหลอกลวงผู้เสียหายต่างประเทศ หลังตรวจสอบแล้วไม่พบสินค้าอยู่จริง ดำเนินธุรกิจเพียง 2 เดือน มีเกาหลี - ฮ่องกง หลงเชื่อ สร้างความเสียหายกว่า 12 ล้านบาท

วันที่ 3 ก.ย.2563 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ในฐานะหัวหน้าชุดเทคนิคสืบสวน 2 ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรวัฒน์ อมรวิวัฒน์ ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายชาวต่างชาติที่ร่วมลงมือกับหญิงชาวไทย เปิดบริษัทเอกชนบังหน้า หลอกส่งขายหน้ากากอนามัยที่ไม่มีสินค้าอยู่จริง หลังฝ่ายสืบสวนนำหมายศาลเข้าตรวจค้นหลายจุดในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น , มหาสารคาม และ กาฬสินธุ์ จับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติพร้อมหญิงคนไทยที่เกี่ยวข้องได้รวม 7 คน เป็นคนสัญชาติแคเมอรูน 4 คน และหญิงไทย 3 คน พร้อมของกลางลังกระดาษเปล่าที่ใช้หลอกลวงว่าเป็นกล่องบรรจุสินค้าส่งขาย , สินค้าตัวอย่างหน้ากากอนามัย , บัญชีธนาคาร , เงินสด รวม 150 รายการ มูลค่ากว่า 6 ล้านบาท
คดีนี้ได้รับการประสานข้อมูลโดยตรงจากตำรวจสากลประเทศเกาหลี และฮ่องกง ว่ามีขบวนการหลอกลวงขายหน้ากากอนามัยให้กับผู้เสียหาย โดยพบว่าขบวนการนี้มีการเปิดบริษัทอยู่ในประเทศไทย สร้างความเสียหายรวมกว่า 12 ล้านบาท จึงประสานศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฯ สืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาดังกล่าว

ท​ลายเครือข่ายข้ามชาติ หลอกขายหน้ากากบนเว็บไซต์ชื่อดัง เสียหายกว่า 12 ล้านบาท

ขณะที่ พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้รับการประสานข้อมูลโดยตรงจากตำรวจสากลของเกาหลีใต้และฮ่องกง ว่าพบการกระทำผิดในประเทศไทย โดยมีข้อมูลกลุ่มเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ใช้ช่องทางติดต่อสื่อสารผ่านทางออนไลน์ โดยอ้างชื่อเว็บไซต์ www.globalsource.com ,อาลีบาบา ALIBABA ได้โพสต์ข้อความและจัดทำเว็บไชต์หลอกขายสินค้าหน้ากากอนามัย เครื่องวัดอุณหภูมิ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตติดต่อเสนอขายสินค้าระหว่างประเทศ โดยกลุ่มคนร้าย ได้ตั้งบริษัท Timbermate และร้านค้าชื่อ ECHO SPORT ในประเทศไทย เพื่อจัดจำหน่าย หน้ากากอนามัย เครื่องวัดอุณหภูมิ หลอกขายสินค้าให้ชาวต่างชาติและรับโอนเงินค่าสินค้า เจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวนจนสามารถออกหมายขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 6 ราย

ท​ลายเครือข่ายข้ามชาติ หลอกขายหน้ากากบนเว็บไซต์ชื่อดัง เสียหายกว่า 12 ล้านบาท


จากนั้นชุดสืบสวนสอบสวนได้นำหมายค้นจากศาลอาญาเข้าตรวจค้น 9 จุด ในพื้นที่ 3จังหวัดภาคอีสาน ประกอบด้วย ขอนแก่น,มหาสารคามและกาฬสินธ์ หลังสืบทราบว่าผู้ต้องหาใช้จังหวัดขอนแก่นเป็นโกดังถ่ายสินค้าหลอกผู้หาย จนสามารถจับกุม นาย Mr.Anubodem สัญชาติแคเมอรูนกับพวกรวม 7 ราย เป็นชาวผิวสีสัญชาติแคเมอรูน 4 ราย และหญิงไทย 3 ราย ยังเหลือหลบหนีอีก1ราย ตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินหลายรายการ อาทิ คอมพิวเตอร์,โทรศัพท์มือถือ, หน้ากากอนามัย ,เครื่องวัดอุณหภูมิ ,ถุงมืออนามัย ,รถยนต์,เงินสด จำนวน 6,141,000 บาท จำนวนกว่า 150 รายการ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม

พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวว่า ผู้ต้องหาทำเป็นขบวนการ มีทั้งผู้ต้องหาที่ลักลอบหลบหนีเข้าไทยมาเป็นครูสอนภาษา หลอกให้นักศึกษาช่วยเปิดบัญชีธนาคาร ,ผู้ต้องหาที่เข้ามาตีสนิท และหลอกแต่งงานกับหญิงชาวไทย ชักชวนเปิดบริษัทเพื่อหลอกลวงผู้เสียหาย ซึ่งเปิดมาได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น ส่วนผลการสอบสวนหญิงชาวไทย พบว่าทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี และเชื่อว่าผู้ต้องหาที่เป็นชาวต่างชาติ เคยมีพฤติการณ์หลอกลวงในลักษณะคล้ายคลึงกันมาแล้วในคดีอื่น ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล
ส่วนเรื่องการดำเนินคดีกับผู้ต้องหา พ.ต.อ.ชูศักดิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นเข้าข่ายกระทำผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์, ใช้บัตรอิเลกทรอนิคส์ของบุคคลอื่นโดยมิชอบ ซึ่งแม้ผู้เสียหายบางส่วนจะเข้ามาร้องทุกข์ไม่ได้ เพราะอยู่ในต่างประเทศ แต่ก็มีผู้เสียหายบางส่วนที่มอบอำนาจในการร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีมาแล้ว และยังไม่พบว่ามีผู้เสียหายที่เป็นคนไทยถูกหลอกลวงจากผู้ต้องหาเครือข่ายนี้ เนื่องจากพฤติการณ์ของผู้ต้องหาเป็นการนำลิงก์เว็บไซต์บริษัท ไปโพสต์ตามเว็บไซต์ต่างประเทศเป็นหลัก ส่วนการตรวจสอบโกดังเก็บสินค้า พบกล่องแพ็คซีนกับพาเลตเพื่อเตรียมส่งไปต่างประเทศ แต่เมื่อลองแกะกล่องตรวจสอบดูแล้วพบเป็นกล่องเปล่าทั้งหมด ซึ่งกล่องส่วนใหญ่ไม่มีสินค้าอยู่ด้านในและมีสินค้าตัวอย่างที่อยู่นอกกล่องอยู่เพียงไม่กี่ชิ้น

ท​ลายเครือข่ายข้ามชาติ หลอกขายหน้ากากบนเว็บไซต์ชื่อดัง เสียหายกว่า 12 ล้านบาท


อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่านายวิเทียน อะจองคอม อนุโบเด็ม (Mr.Vitien ajongkom anubodem) หนึ่งในผู้ต้องหา มีประวัติการกระทำผิดและถูกขึ้นแบล็คลิสจากตม. แต่ได้หลบหนีเข้าประเทศ ทั้งนี้ฝ่ายสืบสวนได้ส่งผู้ต้องหาทั้งหมดไปดำเนินคดีในพื้นที่เกิดเหตุ และเตรียมประสานข้อมูลกับผู้เสียหายที่อยู่ในต่างประเทศ เพื่อขยายผลดำเนินคดีกับผู้ต้องหากลุ่มนี้เพิ่มเติมต่อไป

ข่าวล่าสุด