มื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 กันยายน 25463 ที่ลานฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุไฟไหม้อาคารไม้เก่าแก่อายุกว่า 70 ปี วอดเสียหาย 17 คูหา ฝั่งถนนหน้าสถานีรถไฟห้วยเกิ้ง หมู่ 4 บ้านห้วยเกิ้ง ต.ห้วยเกิ้ง อ.กุมภวาปี เมื่อช่วงเย็นวานนี้ นายสุชาติ ทอนมณี พ.ต.อ.พงศ์พันธ์ นาขวา ผกก.สภ.กุมภวาปี และ นายธงชัย รัตวร นายกเทศมนตรีตำบลห้วยเกิ้ง เป็นคัวแทน ผวจ.อุดรธานี ได้ร่วมกันมอบถุงยังชีพ จาก สนง.เหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี จำนวน 7 ชุด ให้กับครอบครัวผู้ที่บ้านเรือนเสียหาย จากเหตุเพลิงไหม้
ขณะที่เจ้าหน้าที่ กฟภ.อุดรธานี ได้เข้ามาเร่งทำการรื้อสายไฟฟ้าแรงสูง และได้ทำการเดินสายไฟฟ้าแรงสูงใหม่ หลังจากที่สายไฟฟ้า ถูกเพลิงไหม้เสียหาย ระยะทางกว่า 100 เมตร เพื่อที่จะปล่อนยกระแสไฟฟ้าให้กับชาวบ้านของบ้านห้วยเกิ้ง ที่ไม่มีไหห้าใช้ตั้งแต่เกิดเหตุเพลิงไหม้ รวมทั้งการปล่อยกระแสไฟ เพื่อส่งไปยังสถานีประปา เพื่อจะส่งน้ำประปาให้ประชาชน ในเขต ต.ห้วยเกิ้ง โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จ ในช่วงบ่ายวันนี้
ต่อมาเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน พร้อม ร.ต.อ.จักรกฤษณ์ ศรีกงพาน รอง สว.สอบสวน สภ.กุมภวาปี พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณที่ถูกไฟไหม้ทั้ง 17 คูหา โดยมีเจ้าของห้องที่ถูกไฟไหม้ โดยเฉพาะเจ้าของบ้าน ที่ถูกระบุว่าเป็นบ้านต้นเพลิง มาร่วมตรวจสอบ ชี้จุดที่ติดตั้งสะพานไฟ หรือ คัทเอาท์ แต่ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฯ ไม่สามารถตรวจสอบอย่างละเอียดได้ เนื่องจากไฟยังไม่ดับสนิท บางจุดยังคงมีควันไฟลอยขึ้นมา โดยทางตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จะลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ในเวลา 10.30 น. วันที่ 5 กันยายน เพื่อรอให้ไฟดับสนิท ในการจะตรวจสอบหาสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ โดยให้กั้นแนวเขตห้ามเข้า จนกว่าเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบอีกครั้ง
นางเพ็ญจันทร์ ด่านรุ่งเรือง อายุ 71 ปี เจ้าของห้องเลขที่ 2 ที่ถูกระบุว่าเป็นบ้านต้นเพลิง เปิดเผยว่า ตนเป็นเจ้าของที่ดินที่เป็นที่ตั้งของบ้านเลขที่ 2 ที่มีอยู่ 5 คูหาติดกัน และมีแม่ของตนเป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งตนเกิดที่บ้านหลังนี้ อาศัยอยู่ที่นี่ พอมีครอบครัวได้แยกไปอยู่ที่อื่น แต่ก็จะมาดูแลทำความสะอาดที่บ้านหลังนี้เป็นประจำ ส่วนแม่ไปอยู่กับหลานที่กรุงเทพฯ ที่บ้านหลังนี้จึงไม่มีคนอยู่อาศัย จนวานนี้เป็นวันสารทจีน เวลา 10.00 น. ครอบครัวได้พากันมาไหว้พ่อไหว้บรรพบุรุษที่บ้านหลังนี้ มีการจุดธูปเทียน เผากระดาษเงินกระดาษทอง ซึ่งได้นำมาจุดเผาที่ข้างถนนหน้าบ้าน ไม่ได้จุดในบ้าน และรอจนกระดาษไหม้หมด และธูปเทียนดับหมด จึงพากันกลับเวลาประมาณ 12.30 น. ซึ่งก่อนกลับจะยกคัทเอาท์ลงทุกครั้ง เพราะที่บ้านหลังนี้ไม่มีคนอยู่ ส่วนของมีค่าในบ้านก็ไม่มีอะไร จนมาทราบว่าบ้านไฟไหม้ เพราะพี่ชายโทรมาบอก
"ส่วนเรื่องที่ว่าเกิดไฟไหม้ที่ห้วยเกิ้งมาแล้วหลายครั้ง เป็นเพราะอาถรรพ์หรือไม่ ป้าไม่แน่ใจ เพราะเรามั่นใจว่าตัดไฟฟ้า กับดับไฟหมดแล้ว หรือจะมีส่วนในเรื่องของอาถรรพ์ แต่จะอาถรรพ์ในส่วนไหนป้าไม่ทราบ หลังจากนี้จะทำอย่างไรต่อไป คงต้องปรึกษาญาติพี่น้องดูก่อน เพราะว่าที่บ้านนี้ไม่มีคนอยู่ แต่ว่าตัวป้าเป็นเจ้าของที่ ส่วนแม่เป็นเจ้าของบ้าน ซึ่งเราก็ไม่ได้ทำประกันภัยไว้ เพราะไม่คิดว่ามันจะเกิดเหตุแบบนี้ มีแต่ขโมยที่มาขึ้นบ้านขโมยของไป 2 ครั้ง
ส่วน น.ส.ยุวดี ฐิติชัยรัตน์ อายุ 66 ปี เจ้าของห้องเลขที่ 109 ที่อยู่ติดกับบ้านต้นเพลิง เปิดเผยว่า ตนพักอาศัยอยู่ที่นี่ เกิดและโตที่บ้านหลังนี้ ซึ่งในบ้านมีสิ่งของใช้ เสื้อผ้า ทุกอย่างที่ถูกไฟไหม้หมด ขณะเกิดเหตุตนออกไปทำบุญสารทจีนให้บรรพบุรุษข้างนอก ตอนรู้ข่าวว่าไฟไหม้รู้สึกกลัวมาก กลัวว่าจะไม่มีที่อยู่ เพราะหากไปอยู่บ้านญาติก็ไม่เหมือนอยู่บ้านตัวเอง ซึ่งเจ้าของห้องที่ต้นเพลิงก็รู้จักกันดี คุยกันเขาบอกว่าที่มาไหว้ทุกอย่างได้ดับไฟหมดแล้ว คัทเอาท์ก็สับลงแล้ว แต่โชคดีที่ของมีค่าต่าง ๆ นำไปไว้ที่บ้านญาติตั้งแต่ไฟไหม้ฝั่งตรงข้ามเมื่อ 14 ปีด่อน และตนเพิ่งทำประกันภัยได้ประมาณ 1 ปีกว่าแล้ว ที่ทำเพราะเห็นข่าวไฟไหม้ที่ต่าง ๆ ก็กลัว ส่วนเรื่องจะเป็นเพราะอาถรรพ์หรือไม่ก็คงไม่ใช่
นายชัยรัตน์ ศิรพจนกุล อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 159 ม 4 ต.ห้วยเกิ้ง อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี คนในชุมชน เปิดเผยว่า ตนไม่เกิดที่นี่ แต่ว่ามาอาศัยอยู่ที่นี่ได้ 40 ปีแล้ว ซึ่งตนก็อยู่ในเหตุการณ์ไฟไหม้ที่เกิดขึ้นมาแล้ว 4 ครั้งในระแวกนี้ ครั้งแรกจะอยู่ตรงข้ามกับที่เกิดเหตุล่าสุดไหม้ไปทั้งหมด 16 ห้อง ส่วนครั้งที่สองและสามนั้นไม่หนักสามารถควบคุมเพลิงได้ทัน และครั้งที่ 4 ก็เกิดล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งตนก็ยังไม่รู้ว่ามันจะเกิดครั้งที่ 5 อีกไหม
"โดยในส่วนของเรื่องอาถรรพ์บริเวณนี้ ตนคิดว่าไม่น่าที่จะใช่เป็นเรื่องอาถรรพ์อะไร ตนคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องการประมาทของคนมากกว่า เพราะถ้าคนอยู่เฉยๆ แล้วไฟฟ้าลัดวงจรก็อาจจะไม่ลัดวงจรได้ แต่เมื่อวานนี้ก็มีการไหว้เจ้าในวันสารทจีนพอดี แต่ก็ไม่รู้ว่ามีคนเข้ามาไหว้ไหม ซึ่งตนก็ยังยืนยันว่าไม่ใช่อาถรรพ์แน่นอนมันเป็นความประมาทของมากกว่า" นายชัยรัตน์ กล่าวต่อมาเจ้าหน้าที่จาก สนง.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.อุดรธานี ได้เดินทางมาพบกับครอบครัวที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ใหญ่ครั้งนี้ทั้ง 7 ครอบครัว เพื่อให้กรอกเอกสาร ดำเนินการที่จะช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายเบื้องต้น เป็นการช่วยเหลือในส่วนของ เงินสงเคราะห์ช่วยเหลือฉุกเฉิน ครอบครัวละ 2,000 บาท
นายธงชัย รัตวร นายกเทศมนตรีตำบลห้วยเกิ้ง เปิดเผยว่า หลังจากนี้ ต้องรอให้ทางตำรวจดำเนินการสอบสวนให้เสร็จ รวมทั้งตรวจพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้ โดยจะให้พื้นที่นี้เป็นเขตห้ามเข้า ซึ่งทางเทศบาลฯ จะเข้าดูแลช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน