แน่นอนว่าทั้ง 2 ร่าง มีความเหมือนกันก็คือ ทั้งร่างของรัฐบาลและฝ่ายค้าน มุ่งแก้มาตรา 256 เพื่อปลดล็อกให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมปรับปรุงเนื้อหามาตรา 256 ใหม่ให้กระบวนการแก้ไขง่ายขึ้น และเพิ่มหมวดให้มี ส.ส.ร. หรือ สภาร่างรัฐธรรมนูญ มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ
เฉพาะขั้นตอนนี้ จะผ่านได้ ต้องอาศัยเสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา คือ 376 เสียงขึ้นไป และวาระ 1 กับวาระ 3 ต้องมีเสียง ส.ว.อย่างน้อย 84 เสียง รวมทั้งต้องทำประชามติด้วย
ส่วนความต่าง อยู่ในรายละเอียดของ ส.ส.ร. หรือ สภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยร่างของรัฐบาลมีองค์ประกอบมากกว่า นอกจาก ส.ส.ร.จากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนในแต่ละจังหวัด 150 คนแล้ว ยังมีสัดส่วนอีก 20 คน ให้สมาชิกรัฐสภาเลือกทางอ้อม, อีก 10 คนจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย เลือกผู้เชี่ยวชาญสาขากฎหมายมหาชน กุับสาขารัฐศาสตร์หรือรัฐประศาสนศาสตร์, อีก 10 คน ที่ประชุมอธิการบดีฯ เลือกจากผู้มีประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน หรือการร่างรัฐธรรมนูญ และอีก 10 คนสุดท้ายมาจากตัวแทนนิสิต นักศึกษา รวมเป็น ส.ส.ร.ทั้งหมด 200 คน