(1 กันยายน 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวเมื่อวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมาท่ามกลางข่าวรัฐประหาร แม้มีคนเชื่อและไม่มีคนเชื่อถือ แต่สำหรับประเทศไทย การรัฐประหารไม่เคยมีขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย จึงขอให้เผื่อใจไว้บ้างว่า เพราะรัฐประหารเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา บางคนบอกว่าการรัฐประหาร จะไม่มีการรับรอง จึงทำไม่สำเร็จ แต่ส่วนตัวเชื่อว่า รัฐประหารในอนาคต จะไม่มีการรับรอง
ทั้งนี้ ท่าทีของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) จะมีเวลาถึงสิ้นเดือนก.ย.นี้ จึงเหลือเวลาอีก 30 วัน จะเกษียญอายุราชการ บางคนประเมินคงจะไม่มีรัฐประหารเกิดขึ้น แต่ในประเทศไทยแล้วแค่เหลือเวลาอีกวันเดียว ก็ยังรับประกันไม่ได้ว่า จะไม่มีการรัฐประหารขึ้น จึงสะท้อนถึงการรัฐประหารในไทยเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่มีอะไรมารับรองได้
อย่างไรก็ตาม ที่บอกต่อไปการรัฐประหารจะไม่มีการรับรองนั้น ในสมัย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็น ผบ.ทบ. ทำการยึดอำนาจเมื่อ 19 ก.ย. 2549 ก็ไม่มีการรับรอง อีกทั้ง องค์กรอิสระทั้งศาลรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง แต่ศาลตัดสินว่าหัวหน้ารัฐประหาร เป็นองค์รัฎฐาธิปัตย์ ดังนั้น การรับรองหรือไม่ก็ตาม แต่ได้ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติกันมาตลอดแล้ว
"การยึดอำนาจในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีลักษณะแตกต่างกัน เมื่อปี 2549 ฝ่ายยึดอำนาจไม่พร้อม แต่ฝ่ายถูกยึดกลไกรัฐ กลับไม่พร้อมมากกว่า จนถูกยึดอำนาจสำเร็จ ส่วนการยึดอำนาจเมื่อ 22 พ.ค. 2557 แม้ผมได้กลิ่นมานาน จนขึ้นป้ายชุมนุมว่า ต้านรัฐประหาร ซึ่งไม่มีใครเชื่อ แต่เมื่อเกิดม็อบ กปปส. ชุมนุมยาวนาน ประกอบกับรัฐบาลไม่สามารถกุมสภาพได้แล้ว ในช่วงปลายรัฐบาล นปช.ตัดสินใจพามวลชนเสื้อแดงไปชุมนุมถนนอักษะ เพียงแค่หวังจะยุติการยึดอำนาจ แล้วสุดท้ายต้องเปิดการเจรจา ทั้งที่รู้ว่า ผลจะเกิดอะไรขึ้น เพราะถูกปิดล้อมไว้หมด แล้วก็เกิดยึดอำนาจตามมาจนได้" นายจตุพร กล่าว