พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวในงาน "ประกาศเจตนารมณ์ในการป้องกันการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม" กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ สำนักงาน ป.ป.ช.ว่า ขอขอบคุณ ทุกท่านที่ให้ความสำคัญเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หรือ Conflict of Interest ว่าเป็นเรื่องสำคัญระดับประเทศและระดับนานาชาติ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากเกิดการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล การใช้รถราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตน การเข้าเป็นคู่สัญญากับบริษัทเครือญาติตนเอง และกรณีอื่นอีกหลายกรณี โดยประเทศไทยได้กำหนดบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการขัดกันแห่งผลประโยชน์ไว้อย่างชัดเจนในกฎหมาย 2 ฉบับ ได้แก่ 1) รัฐธรรมนูญ 2560 หมวด 9 ซึ่งบังคับใช้กับรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาเป็นหลัก และ 2) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หมวด 6 ซึ่งบังคับใช้กับเจ้าพนักงานของรัฐทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการขัดกันแห่งผลประโยชน์สอดแทรกไว้อีกหลายฉบับ อาทิ พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ซึ่งกฎหมายดังกล่าว มีเจตนารมณ์ที่จะควบคุมการกระทำของเจ้าพนักงานของรัฐในเรื่อง "ผลประโยชน์ทับซ้อน" อันเป็นไปตามมาตรฐานสากลของอนุสัญญาว่าด้วย การต่อต้านการทุจริต ค.ศ. ๒๐๐๓ (United Nation Convention against Corruption) ซึ่งประเทศไทยเป็นรัฐภาคีของอนุสัญญาฉบับดังกล่าว