เนชั่นทีวี

ข่าว

ห้ามขรก.มีผลประโยชน์ทับซ้อน

31 ส.ค. 2563 | sutthirak

ห้ามขรก.มีผลประโยชน์ทับซ้อน

ประธานป.ป.ช. เผย เชื่อมั่นบุคลากรทุกภาคส่วนมีความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการแยกแยะระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม และร่วมกัน ทำให้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันลดน้อยลงย่อมนำไปสู่การยกระดับค่าดัชนีการรับรู้ การทุจริต CPI ของประเทศไทยและนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน

พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวในงาน "ประกาศเจตนารมณ์ในการป้องกันการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม" กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ สำนักงาน ป.ป.ช.ว่า ขอขอบคุณ ทุกท่านที่ให้ความสำคัญเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หรือ Conflict of Interest ว่าเป็นเรื่องสำคัญระดับประเทศและระดับนานาชาติ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากเกิดการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล การใช้รถราชการเพื่อประโยชน์ส่วนตน การเข้าเป็นคู่สัญญากับบริษัทเครือญาติตนเอง และกรณีอื่นอีกหลายกรณี โดยประเทศไทยได้กำหนดบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการขัดกันแห่งผลประโยชน์ไว้อย่างชัดเจนในกฎหมาย 2 ฉบับ ได้แก่ 1) รัฐธรรมนูญ 2560 หมวด 9 ซึ่งบังคับใช้กับรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาเป็นหลัก และ 2) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หมวด 6 ซึ่งบังคับใช้กับเจ้าพนักงานของรัฐทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการขัดกันแห่งผลประโยชน์สอดแทรกไว้อีกหลายฉบับ อาทิ พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ซึ่งกฎหมายดังกล่าว มีเจตนารมณ์ที่จะควบคุมการกระทำของเจ้าพนักงานของรัฐในเรื่อง "ผลประโยชน์ทับซ้อน" อันเป็นไปตามมาตรฐานสากลของอนุสัญญาว่าด้วย การต่อต้านการทุจริต ค.ศ. ๒๐๐๓ (United Nation Convention against Corruption) ซึ่งประเทศไทยเป็นรัฐภาคีของอนุสัญญาฉบับดังกล่าว

ความสำคัญอีกประการหนึ่งของการต่อต้านการขัดกันแห่งผลประโยชน์ คือ การช่วยยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption perceptions Index: CPI) ของประเทศไทย ซึ่งหลายท่านอาจมีข้อสงสัยว่า conflict of interest เกี่ยวข้องกับ CPI อย่างไร สามารถกล่าวได้ว่าหลายแหล่งข้อมูลได้นำประเด็นคำถามเกี่ยวกับการขัดกันแห่งผลประโยชน์ไปเป็นคำถามสำคัญในการเก็บข้อมูลเพื่อประเมินค่า CPI อาทิ แนวโน้มของการรับสินบน โอกาสในการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ตลอดจนแนวทางในการควบคุมและตรวจสอบการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ
ดังนั้น การขับเคลื่อนงานด้านการขัดกันแห่งผลประโยชน์จึงเป็นปัจจัยสำคัญอันนำไปสู่การยกระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต CPI ของประเทศไทยด้วย
และเนื่องจากสำนักงาน ป.ป.ช. กับกระทรวงศึกษาธิการ และส่วนราชการในสังกัด สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ในสังกัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้มีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเพื่อส่งเสริม สนับสนุน เผยแพร่ และประสานการเสริมสร้างทัศนคติค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริตให้หน่วยงาน และบุคลากรในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ
จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่เราได้ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการต่อต้านการดำเนินการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม และได้มอบแนวทางปฏิบัติราชการตามกฎหมายการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 และประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้องไปยังส่วนราชการในสังกัด

ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ในฐานะหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ออกตามมาตรา 126 มาตรา 127 และมาตรา 128 หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีการบูรณาการงานการป้องกันการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการและส่วนราชการในสังกัด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ต่อไปในอนาคต โดยอาจเป็นในรูปแบบการพัฒนาหลักสูตรการศึกษา การให้คำปรึกษาหารือข้อกฎหมายในประเด็นที่เกี่ยวข้องการสนับสนุนวิทยากร สื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ หรือการจัดโครงการบูรณาการร่วมกัน เพื่อพัฒนาต่อยอดให้การป้องกันการทุจริตในประเทศไทย ดียิ่งขึ้นไป
ผมมีความเชื่อมั่นว่าหากบุคลากรทุกภาคส่วนมีความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการแยกแยะระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม และร่วมกัน ทำให้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันลดน้อยลงย่อมนำไปสู่การยกระดับค่าดัชนีการรับรู้ การทุจริต CPI ของประเทศไทยและนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนได้ในที่สุด

ข่าวล่าสุด