จากนั้น นายสมศักดิ์ ได้มอบรางวัล The Choice Award 2563 ให้กับหน่วยงานที่ได้รับรางวัล พร้อมกล่าวเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ และปาฐกถาพิเศษเรื่อง "บทบาทกระทรวงยุติธรรมในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน" ว่า ปัญหาหนี้นอกระบบ มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และมีพัฒนาการให้กู้ยืมเงินในรูปแบบใหม่ๆ และใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ โดยเฉพาะในสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและปัญหาตามมาคือการว่างงาน หนี้สิน และอาชญากรรม
ทั้งนี้ ปัญหาหนี้สินนอกระบบในปัจจุบันมีความรุนแรง ทั้งรูปแบบการปล่อยเงินกู้ที่มีดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่ากฎหมายกำหนด คือ เกินกว่าร้อยละ 15 ต่อปี เช่น รูปแบบการใช้แอพพลิเคชั่นให้กู้ยืมเงิน การใช้เทคโนโลยีและสารสนเทศในการให้กู้ยืมเงิน ติดตามทวงถามหนี้ พฤติการณ์การทวงถามหนี้โดยวิธีการข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย ทำให้บางรายถูกกดดันจนฆ่าตัวตาย
ขณะเดียวกัน ปัญหาหนี้นอกระบบ มีแนวทางการแก้ไขตามความเร่งด่วน 4 แนวทาง คือ 1.การเฝ้าระวังและปราบปรามเจ้าหนี้ที่เรียกดอกเบี้ยเอารัดเอาเปรียบในการทำสัญญาเพื่อหวังยึดที่ดินทรัพย์สินของชาวบ้าน การปล่อยกู้รายวันที่เรียกว่า "ดอกลอย" หรือกู้รายวันโดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อ 24 วัน 2.การช่วยเหลือลูกหนี้ด้านการอำนวยความยุติธรรมให้กับลูกหนี้ ในชั้นก่อนฟ้องชั้นฟ้องคดีในศาล และในชั้นการบังคับคดี
3.การสนับสนุนการช่วยเหลือด้านแหล่งทุนให้กับประชาชน ซึ่งมีสถาบันการเงินของรัฐเป็นหลัก และ 4.การพัฒนาศักยภาพลูกหนี้ให้หลุดพ้นจากวงจรหนี้ ด้วยการสร้างงาน สร้างอาชีพ รวมทั้งการเยียวยาลูกหนี้ให้อยู่ได้ไม่เป็นภาระของสังคม ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนที่สุด
สำหรับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรมโดยตรง เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการคิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด หรือเกินร้อยละ 15 ต่อปี ซึ่งความผิดอาญา การทำสัญญากู้ที่เอารัดเอาเปรียบ หรือการอำพรางเพื่อเรียกดอกเบี้ย การที่ลูกหนี้ถูกทวงหนี้จากสัญญาที่ไม่เป็นธรรม จนถูกฟ้องร้องดำเนินคดี หรือถูกบังคับคดี ไร้ที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย ปัญหาเกิดขึ้นในพื้นที่
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า จึงเป็นหน้าที่ของยุติธรรมจังหวัดที่ต้องเป็นหูเป็นตาเข้าไปช่วยเหลือในเบื้องต้น รวมถึงการรับเรื่องร้องเรียน การตรวจสอบข้อมูล การช่วยเหลือตามกฎหมายกองทุนยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือทางด้านคดีความ ค่าธรรมเนียมศาล การประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือในด้านอื่นๆ เช่น จังหวัด ตำรวจ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นต้น ขณะที่กรมบังคับคดีต้องเข้าดูแลลูกหนี้ในชั้นบังคับคดี
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ต้องสืบสวนเจ้าหนี้ที่เป็นขบวนการ หรือการปล่อยกู้ในรูปแบบใหม่ๆ ศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ต้องเข้าช่วยเหลือให้คำปรึกษา รับเรื่อง เป็นทั้งหน่วยงานหลักของกระทรวง และเป็นพี่เลี้ยงให้กับหน่วยงานในพื้นที่ด้วย นอกจากนี้ การให้ความรู้ด้านกฎหมายกับประชาชน เป็นนโยบายสำคัญที่มอบให้หน่วยงานในสังกัดดำเนินการ ทั้งสำนักงานกิจการยุติธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ยุติธรรมจังหวัด ยุติธรรมชุมชน ต้องร่วมผลักดันให้ความรู้เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชน พร้อมกันนี้ ยังชื่นชมศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้ฯที่คิดค้นและพัฒนา The Choice และสนับสนุนให้ยุติธรรมจังหวัดทุกแห่งนำไปใช้ และนำไปศึกษาวิจัยกับเด็กและเยาวชนในสถานพินิจเด็กและเยาวชน เป็นการขยายผลอีกด้วบ
ส่วนการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืนนั้น นายสมศักดิ์ ระบุว่า หน่วยงานในกระทรวงเดียวกัน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล การให้คำแนะนำระหว่างหน่วยงาน และการร่วมกันแก้ไขปัญหาในพื้นที่ร่วมกัน โดยไม่ต้องให้ประชาชนเดินทางมาร้องทุกข์ที่สำนักนายกรัฐมนตรีหรือส่วนกลาง เพราะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย