"สันติ"เผยวันนี้ได้ข้อสรุปปมเรือดำน้ำ
31 ส.ค. 2563 | chairat_pat

"สันติ พร้อมพัฒน์" ยันทุกฝ่ายในกรรมาธิการงบประมาณ 2564 สนับสนุนให้มีเรือดำน้ำ แต่การแก้ปัญหาโควิด-19 จำเป็นและไม่รู้ว่ายุติเมื่อใด ชี้เงินงวดแรกอยู่ที่สำนักงบฯ จะนำไปใช้จัดการในส่วนใด
ข่าว
31 ส.ค. 2563 | chairat_pat

"สันติ พร้อมพัฒน์" ยันทุกฝ่ายในกรรมาธิการงบประมาณ 2564 สนับสนุนให้มีเรือดำน้ำ แต่การแก้ปัญหาโควิด-19 จำเป็นและไม่รู้ว่ายุติเมื่อใด ชี้เงินงวดแรกอยู่ที่สำนักงบฯ จะนำไปใช้จัดการในส่วนใด
(31 สิงหาคม 2563) นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 กล่าวว่า ขอบคุณรัฐบาลและกองทัพเรือ ที่ให้ความสนใจห่วงใยต่อการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ มูลค่า 2.25 หมื่นล้านบาท เพราะขณะนี้ประเทศยังเผชิญกับภัยโควิด-19 และยังไม่รู้ว่าจะยุติเมื่อใด
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมช่วงบ่ายวันนี้ (31ส.ค.) จะนำข้อห่วงใยดังกล่าวหารือต่อที่ประชุม กมธ. โดยจะให้ความสำคัญในทุกมิติ เพื่อทำให้เกิดความรอบคอบสูงสุดส่วนกองทัพเรือจะมีคณะมาชี้แจงเองหรือจะส่งเอกสารมานั้น ส่วนตัวยังไม่ทราบ เพราะเมื่อวันที่ 28 ส.ค. ตนได้พูดคุยกับกมธ.ในซีกพรรคร่วมรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน ทุกคนต่างเห็นด้วย ประเทศไทยควรจะมีเรือดำน้ำ
ทั้งนี้ เพราะประเทศเพื่อนบ้านก็มีเรือดำน้ำยกเว้นเพียงกัมพูชาและลาว โดยไทยเองก็ต้องมีเรือดำน้ำ เพื่อเฝ้าระวังทรัพยากรใต้น้ำทั้งในฝั่งอันดามัน-อ่าวไทย เรือดำน้ำ ก็เหมือนกล้องวงจรปิดที่จะต้องดูแลทรัพยากรธรรมชาติใต้น้ำ บนผิวน้ำ บนอากาศ ซึ่งการจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ แม้จะมีการอนุมัติมาตั้งแต่ปี 2563 ทางสภาฯ ก็ได้ผ่านงบประมาณ
ส่วนคณะรัฐมนตรี (ครม.) มอบหมายให้กองทัพเรือดำเนินการ แต่ก็อย่างที่ทุกคนทราบ เมื่อเกิดภาวะโควิดและยังไม่รู้ว่าจะยุติเมื่อใด จึงประสานไปยังกองทัพเรือขอเจรจากับจีน เพื่อผ่อนคลายการชำระเงิน โดยในการประชุมกมธ.งบประมาณ บ่ายนี้ ในที่ประชุมคงจะได้พูดคุยกันในเรื่องการชำระเงินที่ต้องแบ่งทยอยจ่าย จะทำอย่างไรต่อไป
เมื่อถามว่า ในส่วนของงบประมาณการซื้อเรือดำน้ำงวดแรก จะนำไปใช้ในส่วนใดนั้น นายสันติ กล่าวว่า คงอยู่ที่สำนักงบประมาณ ว่าจะนำไปใช้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาไวรัสโควิด-19 นำไปช่วยด้านสาธารณสุข หรือสนับสนุนการผลิตวัคซีนป้องกันหรือไม่ คงต้องนำมาพูดคุยกันก่อน แต่ตนยังไม่อยากพูดว่าผลการโหวตจะออกมาเป็นอย่างไร ขอหารือกับกมธ.ก่อน ยืนยันว่าวันนี้ที่ประชุมจะได้ข้อสรุปแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนพักการประชุมกมธ.งบประมาณ ช่วงเช้าที่ประชุมได้พิจารณารายงานของคณะอนุกมธ.ฝึกอบรม สัมมนา ประชาสัมพันธ์ฯ เสร็จสิ้นแล้ว โดยมีการพิจารณางบประมาณของกระทรวงอุตสาหกรรม จำนวน 111 ล้านบาท เพื่อต่อสู้คดีที่บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด ประเทศออสเตรเลีย บริษัทแม่ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด ผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำชาตรี จ.พิจิตร ฟ้องร้องรัฐบาลไทย กรณีหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา 44 สั่งปิดเหมืองแร่ทองคำ
โดย นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ในฐานะกมธ. ใช้สิทธิแปรญัตติตัดงบประมาณทั้งหมด 111 ล้านบาท เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่า หัวหน้าคสช. ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ จึงไม่มีสิทธิใช้งบประมาณต่อสู้คดี แต่ในที่สุดที่ประชุมมีมติ 38 ต่อ 21 เสียง ให้ปรับลดงบประมาณเพียง 12 ล้านบาท ตามที่อนุกมธ.เสนอมาเท่านั้น
ทั้งนี้ ทาง นพ.เรวัต และกมธ.ที่เห็นตรงกัน จึงขอใช้สิทธิสงวนคำแปรญัตติขอให้ตัดงบประมาณทั้งหมด 111 ล้านบาท ในชั้นการพิจารณารายมาตรา วาระ 2 ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไป