เนชั่นทีวี

ข่าว

"พี่ศรี"ร้องป.ป.ช.สอบผู้แทนฯเรียก12ล.เคลียร์สื่อเสนอข่าวลบ

31 ส.ค. 2563 | chairat_pat

"พี่ศรี"ร้องป.ป.ช.สอบผู้แทนฯเรียก12ล.เคลียร์สื่อเสนอข่าวลบ

"ศรีสุวรรณ จรรยา" หอบหลักฐานเข้ายื่นป.ป.ช.ดำเนินการเอาผิดกรณีคลิปเสียงคล้ายส.ส.ดัง กำลังเรียกรับทรัพย์ 12 ล้านบาท บ.ติดกล้องซีซีทีวี แลกเคลียร์ข่าวด้านลบ ย้ำผิดจริงเจอโทษอ่วม ติดคุก 5-20 ปีหรือตลอดชีวิต ย้ำเป็นบทพิสูจน์การทำงาน ป.ป.ช. เที่ยงตรงแค่ไหน

(31 สิงหาคม 2563) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เข้ายื่นคำร้องพร้อมพยานหลักฐานต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จากกรณีที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย ได้มีการเผยแพร่คลิปเสียง ความยาวเกือบ 2 นาที โดยเสียงในคลิปดังกล่าวคล้ายเสียงของ ส.ส.คนดัง หัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่ง กำลังเจรจาเรียกรับเงินจำนวน 12 ล้านบาท จากบริษัทรับติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือ ซีซีทีวี (CCTV) ในโครงการ Safe Zone Schools ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแลกกับการเคลียร์สื่อมวลชนและคนใหญ่คนโตในหลายวงการ เพื่อให้ยุตินำเสนอข่าวด้านลบของบริษัทดังกล่าว

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การกระทำนี้หากพิสูจน์แล้วเป็นจริง ถือว่าเป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และเป็นการทำลายสถาบันการปกครองในระบบประชาธิปไตยของไทย ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ฐานกรรโชกทรัพย์ และมาตรา 149 ที่บัญญัติว่า "ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 -20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 40,000 บาท หรือประหารชีวิต"

นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นยังเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ 2561 อย่างร้ายแรง ในข้อ 8 และข้อ 9 ที่กำหนดว่า ส.ส.ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพื่อตนเอง หรือผู้อื่น หรือมีพฤติการณ์ที่รู้เห็นหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ตําแหน่งหน้าที่ของตน แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ และต้องไม่ขอ ไม่เรียก ไม่รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดในประการ ที่อาจทําให้กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่

นอกจากนี้ กรณีดังกล่าวยังถือได้ว่าเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม เข้าข่ายฝ่าฝืนบทบัญญัติใน มาตรา 129 ประกอบ มาตรา 128 ของ พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 เพราะถือว่าเป็นการกระทําความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรมด้วย ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ที่จะต้องรีบพิสูจน์และดำเนินการไต่สวน และชี้มูลว่ามีความผิดจริงหรือไม่ อย่างไร

"หากเป็นไปตามคลิปที่ปรากฏ ก็จักได้ส่งสำนวนให้อัยการฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือศาลนักการเมืองพิพากษาลงโทษ ให้ออกจากตำแหน่ง ส.ส. และตัดสิทธิ์ทางการเมือง ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 101 ประกอบ มาตรา 98 ต่อไป ซึ่งกรณีนี้จะเป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งว่า การทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. จะสามารถทำหน้าที่ได้ตรงไป ตรงมาได้หรือไม่ด้วย" นายศรีสุวรรณ กล่าว

ข่าวล่าสุด