สำหรับรายงานที่จะนำเสนอให้นายกรัฐมนตรี ศาสตราจารย์พิเศษวิชา กล่าวว่า จะเป็นการสรุปรายละเอียดทั้งการสอบพยาน ข้อมูลที่ได้ ไทม์ไลน์ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดตั้งแต่เกิดเรื่องจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและมีผู้ต้องหา รวมไปถึงการทำสำนวนสอบสวน มาจนกระทั่งเกิดข้อสงสัยเรื่องการสั่งฟ้อง และคดีขาดอายุความ
แม้ผ่านเวลามาแล้ว แต่ก็มีเอกสารที่ยืนยันในบางเรื่องว่า บางเหตุการณ์ไม่เป็นความจริง เนื่องจากไม่ได้ทำขึ้นเลยในวันที่เกิดเหตุ
นายวิชา กล่าวว่า กระบวนการทำรายงาน ได้เห็นข้อผิดพลาดคลาดเคลื่อน ทั้งการเอาผู้เสียชีวิตเป็นผู้ต้องหาด้วย ทั้งๆ ที่ตายไปแล้ว และไม่มีสิทธิ์ต่อสู้คดี ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติ
เป็นกระบวนการตั้งรูปคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เคยสอบแล้วว่า มีข้อสงสัย มีพิรุธ ซึ่งคณะกรรมการก็ยึดตามแนวทางที่เป็นข้อยุติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่วนหนึ่ง และสอบเพิ่มเติมอีกส่วนหนึ่ง แต่พบว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นกระบวนการที่ร่วมมือกันหลายฝ่าย มั่นใจว่าไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากพนักงานสอบสวนคนเดียว หรือพนักงานอัยการคนเดียว พร้อมย้ำว่ากระบวนการของอัยการและตำรวจไม่ใช่เรื่องที่ว่าองค์กรไม่ดี แต่องค์กรต้องกระทบกระเทือนอย่างหนักจากผู้ที่แสวงหาผลประโยชน์ หรือไม่ทำหน้าที่ในลักษณะของผู้นำ หรือผู้บังคับบัญชาที่ทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์ ผิดพลาดบกพร่อง ซึ่งจะมีการแสดงรายละเอียดเรื่องนี้ แต่ยังไม่สามารถยืนยันเป็นชื่อหรือตัวบุคคลตอนนี้ได้ เพราะยังไม่ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรี