ขณะที่ร่างของรัฐบาล เท่าที่มีข่าวหลุดออกมา จะมีการตั้ง ส.ส.ร.เหมือนกัน แต่จำนวน ส.ส.ร.จะมาจากการเลือกตั้ง 150 คน ที่เหลือมาจากผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ กลุ่มอาชีพ และเปิดพื้นที่ให้ตัวแทนนิสิต นักศึกษาเลือกกันมาอีก 10 คน
ความต่างอีกอย่างหนึ่งคือ เมื่อ ส.ส.ร.ตามร่างของรัฐบาลยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เรียบร้อยแล้ว ให้ส่งร่างให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณา หากรัฐสภาโหวตผ่าน ก็ไม่ต้องทำประชามติ แต่ถ้าโหวตไม่ผ่าน ให้นำไปทำประชามติสอบถามประชาชน
ฉะนั้นหากการแก้ไขและยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นไปตามแนวทางของพรรคร่วมรัฐบาล ก็อาจจะทำประชามติแค่ครั้งเดียว ซึ่งก็จะประหยัดงบได้ 3,000 ล้านบาท แต่ถ้าทำประชามติ 2 ครั้ง ก็จะใช้งบเท่าๆ กัน คือ 10,000 ถึง 11,000 ล้านบาท ไม่รวมงบจัดการเลือกตั้งใหม่หากมีการยุบสภาหลังรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้
นี่คือราคาของกติกาประเทศที่ทุกคนคาดหวังว่าจะแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ และนำพาประเทศไทยสู่การเมืองใหม่ที่ก้าวพ้นวังวนแบบเดิมๆ