เนชั่นทีวี

ข่าว

แก้-ร่าง รธน.ใหม่ "1 เลือกตั้ง 2 ประชามติ" หมื่นล้าน

29 ส.ค. 2563 | pakorn_pue

แก้-ร่าง รธน.ใหม่ "1 เลือกตั้ง 2 ประชามติ" หมื่นล้าน

ไม่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะแตะหมวด 1 หมวด 2 หรือไม่ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ คือ "การแก้รัฐธรรมนูญ" ที่ไม่ว่าจะอย่างไรก็หลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป โดยขณะนี้พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยกเว้นพรรคก้าวไกล ยื่นไว้แล้ว 1 ร่าง พรรคร่วมรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ และพลังประชารัฐเป็นหัวหอก เตรียมจะยื่นอีก 1 ร่าง วันที่ 1 กันยายนนี้

ทั้ง 2 ร่างมีการพูดถึงโมเดลของ ส.ส.ร. หรือ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะตั้งขึ้นมาเพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลังจากแก้ไขมาตรา 256 เพื่อเปิดทางให้แก้ไขรัฐธรรมนูญได้ พร้อมเปิดหมวดใหม่ว่าด้วยการตั้ง ส.ส.ร.เพื่อยกร่างรัฐธรรมนุญใหม่

พิจารณากรอบเวลาคร่าวๆ แล้ว / ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย โฆษกพรรค คุณภราดร ปริศนานันทกุล ออกมาบอกว่าใช้เวลาอย่างน้อยๆ 1 ปี ร่างของ 5 พรรคฝ่ายค้านใช้เวลาประมาณ 18 เดือน และร่างของพรรคร่วมรัฐบาล น่าจะใช้เวลาราวๆ 16 เดือน โดย ส.ส.ร. ต้องมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด หรือเกือบทั้งหมด

คุณคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา ได้เขียนบทความเป็นซีรีส์หลายชิ้น อธิบายขั้นตอน และงบประมาณที่จะใช้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อยกร่างกติกาประเทศกันใหม่...หนนี้



เริ่มจากการตั้ง ส.ส.ร. ไม่ใช่ว่าจะตั้งได้เลย แต่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้ก่อน / ซึ่งการแก้ไขมาตรา 256 ใช้เสียงข้างมากจากรัฐสภา คือ ส.ส. + ส.ว. รวม 750 เสียง / เสียงข้างมาก หรือเกินกึ่งหนึ่ง อยู่ที่ 376 เสียง (คิดจากจำนวนเต็ม) แต่ใน 376 เสียงนี้ ต้องมี ส.ว.อย่างน้อยๆ 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง ในวาระที่ 1 กับ วาระที่ 3

หากได้เสียงตามที่กำหนดแล้ว ยังต้องทำประชามติด้วย เพราะรัฐธรรมนูญเขียนบังคับไว้ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 15 ที่ว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องผ่านประชามติก่อน / ตรงนี้ต้องนับนิ้วไว้ก่อนว่า ทำประชามติ 1 ครั้ง

จากนั้นก็จะเป็นกระบวนการตั้ง ส.ส.ร. ซึ่งตามร่างของฝ่ายค้าน ให้มี ส.ส.ร. 200 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรง โดยใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง / ก็จะต้องมีการจัดการเลือกตั้งตรงนี้อีก 1 ครั้ง

เมื่อได้ ส.ส.ร.แล้ว ให้ ส.ส.ร. ตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ อีก 45 คน มาจาก ส.ส.ร. ผสมผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ มีการรับฟังความเห็นประชาชนทุกจังหวัด จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการยกร่าง เพื่อยกร่างเสร็จ ต้องนำไปทำประชามติอีกรอบ นับเป็นประชามติรอบ 2

สรุปก็คือในกระบวนการแก้ไข และยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ จะมีการทำประชามติ 2 รอบ และเลือกตั้ง ส.ส.ร. 1 รอบ / คุณคำนูณ คำนวณไว้ให้ว่า ต้องใช้งบประมาณราวๆ 11,000 ล้านบาท / ยังไม่นับกรณีมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แล้ว ต้องยุบสภาเลือกตั้งใหม่อีก ตามข้อเสนอของบางพรรค

ส่วนกรอบเวลา จะอยู่ที่ราวๆ 18 เดือน หรือ 1 ปีครึ่งนับจากนี้



ขณะที่ร่างของรัฐบาล เท่าที่มีข่าวหลุดออกมา จะมีการตั้ง ส.ส.ร.เหมือนกัน แต่จำนวน ส.ส.ร.จะมาจากการเลือกตั้ง 150 คน ที่เหลือมาจากผู้เชี่ยวชาญสาขาต่างๆ กลุ่มอาชีพ และเปิดพื้นที่ให้ตัวแทนนิสิต นักศึกษาเลือกกันมาอีก 10 คน

ความต่างอีกอย่างหนึ่งคือ เมื่อ ส.ส.ร.ตามร่างของรัฐบาลยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เรียบร้อยแล้ว ให้ส่งร่างให้ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณา หากรัฐสภาโหวตผ่าน ก็ไม่ต้องทำประชามติ แต่ถ้าโหวตไม่ผ่าน ให้นำไปทำประชามติสอบถามประชาชน

ฉะนั้นหากการแก้ไขและยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นไปตามแนวทางของพรรคร่วมรัฐบาล ก็อาจจะทำประชามติแค่ครั้งเดียว ซึ่งก็จะประหยัดงบได้ 3,000 ล้านบาท แต่ถ้าทำประชามติ 2 ครั้ง ก็จะใช้งบเท่าๆ กัน คือ 10,000 ถึง 11,000 ล้านบาท ไม่รวมงบจัดการเลือกตั้งใหม่หากมีการยุบสภาหลังรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้

นี่คือราคาของกติกาประเทศที่ทุกคนคาดหวังว่าจะแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ และนำพาประเทศไทยสู่การเมืองใหม่ที่ก้าวพ้นวังวนแบบเดิมๆ

ข่าวล่าสุด