นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) เผยว่า สสว.ได้ร่วมกับสถาบันอาหาร ดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่(Early Stage) ปี 2563 ในการผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการใหม่ ซึ่ง สสว.ได้ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นการพัฒนาผู้ประกอบการให้มีความแข็งแรงในการจัดตั้งธุรกิจให้ยั่งยืนได้ในระยะยาว และได้คัดเลือกผู้ประกอบการ SME ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารอนาคตหรือ Future Food ได้แก่ อาหารเกษตรอินทรีย์และออร์แกนิค อาหารเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ อาหารทางการแพทย์ และอาหารที่ผลิตขึ้นใหม่ทางนวัตกรรม ให้เข้าร่วมจำนวน 600 ราย จากพื้นที่เป้าหมาย 8 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด และยโสธร ทั้งนี้ตั้งเป้าให้ผู้ประกอบการได้รับการพัฒนาแนวคิดในการสร้างธุรกิจ จำนวน 600 ราย และมีผู้ประกอบการได้รับการปรึกษาแนะนำเชิงลึก สามารถทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต หรือยอดขายเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 และมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือมีแนวคิดในการทำธุรกิจ รวมจำนวน 220 ราย เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยรวมไม่น้อยกว่า 24 ล้านบาท
"โครงการฯ มุ่งเน้นในการพัฒนาและผลักดันให้ผู้ประกอบการใหม่ค้นหาวัตถุดิบในท้องถิ่นที่มีคุณภาพและดีต่อสุขภาพ นำมาแปรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเน้นให้เป็นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารอนาคต หรือ Future Food ซึ่งเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลกที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพ และความปลอดภัย โดยในการจัดงานครั้งนี้ได้คัดเลือกผลิตภัณฑ์เข้าร่วมงานรวม 23 กิจการ เช่น น้ำมันรำข้าวออแกนิกส์ จากจ.ศรีสะเกษ ชาใบข้าวออร์แกนิก จากจ.ร้อยเอ็ด และข้าวถั่วงา จากจ.ยโสธร เป็นต้น ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์เป็นการพัฒนาตามความต้องการของผู้ประกอบการอย่างแท้จริง ในบางผลิตภัณฑ์จึงยังเป็นการพัฒนาขั้นต้น โดยคำนึงถึงขีดความสามารถผู้ประกอบการแต่ละราย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีผู้ประกอบการที่มองเห็นโอกาสทางการตลาด มีความสนใจพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ขึ้น เช่น การใช้น้ำมันรำข้าวออร์แกนิก จากจ.ศรีสะเกษ ที่มีคุณสมบัติช่วยควบคุมไขมันและคอเลสเตอรอลในเลือด มารวมกับ งาดำออร์แกนิก จากจ.ยโสธร ที่มีสรรพคุณ บรรเทาอาการปวดข้ออักเสบรูมาตอยด์ เพื่อเสริมคุณค่าในการดูแลสุขภาพมากขึ้นในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ หรือ Functional Food ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ได้อีกแนวทางหนึ่ง นอกเหนือไปจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารเกษตรอินทรีย์(Organic Food) ที่เป็นจุดแข็งอยู่แล้ว ทางสสว.ก็จะได้ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการในการดำเนินโครงการในปีต่อๆไป"