เนชั่นทีวี

ข่าว

"จตุพร"ท้าก้าวไกลมั่นใจวิธีแก้รธน.ออกมานำชุมนุม

27 ส.ค. 2563 | chairat_pat

"จตุพร"ท้าก้าวไกลมั่นใจวิธีแก้รธน.ออกมานำชุมนุม

"จตุพร พรหมพันธุ์" ท้า "ก้าวไกล" มั่นใจแนวทางปิดสวิตซ์ ส.ว. ไม่ต้องรอ สสร. ออกมานำทัพชุมนุม เชื่อวิธีชัดดาวน์วุฒิสภาดีที่สุด ควรมีหลังพิงประชาชน แล้วให้ สสร.จัดการแก้รัฐธรรมนูญดีกว่า

(28 สิงหาคม 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา ว่า เมื่อรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้บริหารประเทศตั้งแต่ปี 2554 หลังจากนั้นมีแนวคิดแก้รัฐธรรมนูญ ให้เป็นของประชาชน โดยผ่านช่องทางสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) มาร่างฉบับใหม่ จนกระทั่งผ่านสภาฯ พิจารณาวาระแรก วาระ 2 เมื่อถึงวาระ 3 ถูกศาลรัฐธรรมนูญเบรก แล้วพรรคเพื่อไทยกังวลจึงไม่ลงมติวาระ 3 แต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคน แนะให้แก้ไขเป็นรายมาตราแทน

นายจตุพร กล่าวต่อว่า จากนั้นพรรคเพื่อไทยเปลี่ยนแนวทางมาแก้ไขรายมาตรา โดยพุ่งเป้าไปแก้ไขที่มาของวุฒิสภา (ส.ว.) ให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เมื่อผ่านสภาพิจารณา 3 วาระ แต่ถูกยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีก จนถูกสั่งเป็นโมฆะ นำพาไปสถานการณ์ทางการเมือง มีปัญหาตามมาอีกมากมาย สุดท้ายถูกยึดอำนาจในปี 2557 แล้ววันนี้ (27ส.ค.) การแก้รัฐธรรมนูญกลับมาจุดเดิมอีก คือ เปิดทางให้มี สสร. และต้องการให้ ส.ว. มาจากเลือกตั้งของประชาชน

"เมื่อครั้งรัฐธรรมนูญ 60 จะนำไปทำประชามติ มี สนช.เสนอคำถามพ่วงให้ ส.ว. ระยะเปลี่ยนผ่านมีสิทธิโหวตเลือกนายกฯ ส่วนการบริหารและอภิปรายไม่ไว้วางใจขึ้นอยู่กับสภาผู้แทนราษฎร นั่นหมายความว่า ส.ว.ตั้งนายกฯ ได้อย่างเดียวแต่รักษาอะไรไม่ได้เลย" นายจตุพร กล่าว

อย่างไรก็ตาม การต่อสู้ในสนามเลือกตั้งปี 2562 นั้น ตนเสนอให้พรรคฝ่ายประชาธิปไตย เดินมุ่งไปสู่ 2 เป้าหมาย คือ จับมือ ส.ส.ให้มีเสียงเกินครึ่งสองสภา จำนวน 376 เสียง แต่ถ้าเดินยาก ก็ให้ได้เสียงเกินครึ่งของสภาผู้แทนฯ 251 เสียงก็ได้ เพื่อให้รัฐบาล ประสบปัญหาบริหารประเทศไม่ได้ แต่พรรคฝ่ายประชาธิปไตยเดินไปไม่ถึง ด้วยกลไกการนับคะแนนเสียงปัดเศษ มีพรรคเล็กพรรคน้อย และเกิดขบวนการเลี้ยงงูเห่าขึ้นในฝ่ายรัฐบาล

"จุดของปัญหาขณะนี้ คือ แล้วเราจะเอาอย่างไรกัน เมื่อฝ่ายค้านร่วมประชุมกันได้มีมติแก้ไขมาตรา 256 เว้นหมวด 1 หมวด 2 ทุกพรรคเห็นด้วย และช่วงนั้นมีการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษากันแล้ว แต่พรรคก้าวไกลมาถอนชื่อก่อนจะยื่นญัตติแก้ไขไม่กี่นาที ถ้าไม่เห็นด้วยตั้งแต่ครั้งแรก เซ็นชื่อไปทำไม" ประธาน นปช. ระบุ

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญเมื่อพรรคก้าวไกลเห็นด้วยกับการแก้ไขที่มา ส.ว. โดยให้ สสร. พิจารณา แต่เมื่อจะปิดสวิตซ์ ส.ว. กลับบอกต้องรีบปิดทันที ไม่ต้องรอประชาชน ตนเคยบอกอย่ากลัวเรื่องการยุบสภาฯ เพราะสภาพบ้านเมืองเป็นเช่นนี้ ยุบสภาฯเลือกตั้งใหม่กลับมาจะได้เสียงเกินครึ่งสภาฯหรือไม่ จึงอยากให้ใจแข็งกัน และถือความชอบธรรมไว้อย่างมั่นคง

ขณะเดียวกัน ที่มีการวิตกว่า ถ้ายุบสภาฯ และอำนาจเลือกนายกฯ ยังเป็นของ ส.ว. ร่วมอยู่ แต่ถ้าหลังเลือกตั้งฝ่ายค้านได้เสียง สส.รวมกัน 251 เสียงแล้ว ถามว่า ส.ว.จะทำอะไรได้ ฝ่ายรัฐบาลไปร่วมกับเสียงข้างน้อย ก็บริหารประเทศไม่ได้อีก และอาจจะหนักกว่าเดิม ตนจึงไม่วิตกอะไร ส่วนการยุบสภาฯ และ ส.ว.ยังร่วมโหวตนายกฯอีกตามเดิม

"ผมอยากบอกว่าการแก้รัฐธรรมนูญแทบเป็นไปไม่ได้ เพราะติดเงื่อนไข ส.ว. 84 เสียง มาร่วมสนับสนุนด้วย ดังนั้น ทางออกที่ควรเป็นที่สุด คือ เมื่อนายกรัฐมนตรี เป็นคนแต่งตั้ง ส.ว.มาเอง ต้องไปเจรจาให้ ส.ว.ร่วมมือ แก้รัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 256 ด้วย เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล ที่ได้แถลงต่อสภาฯ และพรรคร่วมรัฐบาลได้หาเสียงเลือกตั้งเอาไว้" ประธาน นปช. กล่าว

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ต้องขึงพืด โดยมีประชาชนเป็นหลังพิง เมื่อรัฐบาลเสนอเป็นนโยบายต่อสภาฯ และฝ่ายรัฐบาลแถลงจะแก้มาตรา 256 ไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งตรงกัน ที่แตกกันอยู่ของฝ่ายรัฐบาล คือ ที่มาของ สสร. แต่ท้ายที่สุดต้องมาจากประชาชน โดยคาดว่า คงใช้เวลาไม่นานในการแก้ไขเพียงมาตราเดียว แล้วส่งไปทำประชามติ และส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความอีก

"มาตราปิดสวิตซ์ ส.ว. ไม่มีใครขัดข้อง ต่างเห็นชอบกันทั้งนั้น และต้านกันมายาวนานแล้ว เพียงแต่ว่า จะให้นักการเมืองปิดหรือประชาชนปิด ถามว่าปัญญานักการเมือง มีทางปิดได้หรือ เพราะพวกนี้ไม่มีทางไปโหวตให้ 84 เสียงอยู่แล้ว ฉะนั้นต้องให้ประชาชนปิด"นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวย้ำว่า เมื่อครั้งฝ่ายค้านเสนอแก้มาตรา 256 เว้นหมวด 1 และหมวด 2 พรรคก้าวไกลเห็นด้วยให้ประชาชนไปทำ แล้วการปิดสวิตซ์ ส.ว. ทำไมไม่ให้ประชาชนไปทำ ซึ่งเป็นวิธีย้อนแย้งกัน และไม่ได้เกี่ยวกับการใจถึงหรือไม่ถึง โดยตนและ ส.ส.เพื่อไทยผ่านมาหมดแล้ว และถ้าต้องการปิดสวิตซ์ ส.ว. จริง ควรออกมานำการชุมนุมเองด้วย เมื่อครั้ง ส.ส.เพื่อไทย ช่วงแก้รัฐธรรมนูญสมัยปี 54-55 ยังใส่เสื้อแดงออกมานำการชุมนุมกันหลายคน ดังนั้น ถ้าพรรคก้าวไกลตัดสินใจเลือกแนวทางนี้ และมั่นใจว่าประชาชน นักเรียน นักศึกษา สามารถจัดการได้แล้ว ควรต้องออกมาร่วมรับผิดชอบกับพวกเขา นำทัพชุมนุม

ข่าวล่าสุด