ที่เกิดเหตุพบกลุ่มชาวบ้านจำนวน 9 ราย สอบถามทราบว่ามาจำนวน 9 คนเป็นชาย 3 คนหญิง 6 คน มาถึงเขตแดนชายแดนไทย-กัมพูชา ช่องพริกเขต หลังจากนั้นก็ ได้แยกย้ายเดินเข้าป่าหาเห็ด ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เดินไปคนเดียวบริเวณเขตรอยต่อกับเขตแดนไทย-กัมพูชา จากนั้นไม่นานได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น ทำให้ทุกคนที่เดินทางมาด้วยกัน รู้เลยว่าผู้ตายต้องไปเหยียบกับดักทุ่นระเบิด ซึ่งจุดที่เกิดเหตุมีร่องรอยการเกิดระเบิด พื้นที่ดินแตกกระจาย เป็นบริเวณกว้าง กิ่งไม้ ใบไม้หล่นลงพื้น เป็นบริเวณกว้าง ตามอานุภาพของแรงระเบิด ร่างของนางสุมิลตา ถูกสะเก็ดระเบิด มีบาดแผลขนาดใหญ่ร่างเละ กระเด็น ออกจากจุดระเบิด เสียชีวิตคาที่
พนักงานสอบสวนจึงได้ทำการบันทึกภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุสอบปากคำ พยานหรือผู้รู้เห็นเหตุการณ์ และจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อ ส่วนศพผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ได้นำไปชันสูตรบาดแผล หาสาเหตุการเสียชีวิตที่โรงพยาบาลบัวเชด โดยมีนายธาตรี สิริรุ่งวนิช นายอำเภอบัวเชด นาย ประทีป ตลับทอง ผอ.โรงพยาบาลบัวเชด ได้เดินทางมาสอบถามเหตุการณ์ และอำนวยความสะดวกให้แก่ของผู้เสียชีวิต เพื่อนำศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา ยังภูมิลำเนา หมู่ 11 ต.ห้วยติ๊กชู อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ เตือนประชาชนอย่าเข้าใกล้แนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพราะเป็นพื้นที่เคยมีการสู้รบในอดีต มีการวางกับระเบิด และทุ่นระเบิดไว้เป็นจำนวนมาก ยังไม่สามารถเก็บกู้ได้หมด หากจะหาเก็บเห็ดป่าให้หาเก็บไม่ไกลจากชุมชนชายแดนจะปลอดภัยกว่า