คุณป้าฮีโร่ ช่วยสาวรอดคมมีดอีโต้วิ่งหลบร้านของชำ
27 ส.ค. 2563 | jitima_chum

คลิป คุณป้าฮีโร่ ช่วยสาวรอดจากคมมีดอีโต้ หลังวิ่งเข้าไปหลบอยู่ในร้านขายของชำ เผยทั้งที่กลัวสุดขีด แต่ก็ทำใจดีสู้เสือ โดยทั้งคู่ไล่ฟันกันเข้ามาในร้าน โดยไม่ทราบสาเหตุ
ข่าว
27 ส.ค. 2563 | jitima_chum

คลิป คุณป้าฮีโร่ ช่วยสาวรอดจากคมมีดอีโต้ หลังวิ่งเข้าไปหลบอยู่ในร้านขายของชำ เผยทั้งที่กลัวสุดขีด แต่ก็ทำใจดีสู้เสือ โดยทั้งคู่ไล่ฟันกันเข้ามาในร้าน โดยไม่ทราบสาเหตุ
วันนี้(27 ส.ค.2563) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังจากมีโพสต์แชร์ว่อนเน็ต โดยผู้ใช้ชื่อว่า "นางเสือ เป๋อ" โดยเป็นภาพเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดภายในร้านค้าของชำ จับภาพเหตุการณ์ไว้ได้ ในขณะที่มีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในร้านค้าของชำ พร้อมกับเสียร่ำไห้ด้วยความหวาดกลัว และมีผู้ชายวิ่งตามหลังมาในมือถือมีดอีโต้ไล่มาติดๆ ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ร้านค้าชื่อว่า "ร้านยายตุ๊" หรือ นางตุ๊ เคยรำ อายุ 67 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123/1 หมู่ที่ 1 ต.รัตนบุนรี อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์
โดยผู้สื่อข่าวได้พบกับนางตุ๊ เคยรัมย์ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านดังกล่าว ได้เปิดเผยว่า เหตุการณ์เมื่อวานนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 9 โมงเช้า ตอนนั้นตนกำลังเก็บของอยู่ ก็เห็นเขาวิ่งไล่กันมา ไม่รู้ว่าเขามีเรื่องอะไรกัน ผู้หญิงก็ตะโกนบอกว่า ยายๆช่วยหนูด้วย จากนั้นก็วิ่งเข้าไปหลบในร้าน ตนก็เลยมาดักผู้ชายไว้ โดยผู้ชายถือมีดอีโต้ด้ามใหญ่มา ตนก็เลยบอกทางผู้ชายว่า อย่า อย่าทำนะ เขาเป็นผู้หญิง มีอะไรก็ปรึกษากันได้ ก็บอกเขาอย่างนั้น ผู้ชายก็ตะโกนบอกว่าออกมา ๆ แต่ทางผู้หญิงก็มุดเข้าไปหลบอยู่ใต้โต๊ะในร้านขายของ
ตนเลยเข้าไปยกมือไหว้ทางผู้ชาย ว่าสวัสดีค่ะ อย่าทำเขานะ ให้ยายไหว้เถอะ พยายามขอร้องหลายครั้ง ผู้ชายก็บอกว่า ครับ ไม่เป็นไร แต่ก็ตะโกนบอกทางผู้หญิงว่า ออกมาดี ๆ จังหวะนั้นตนก็เลยเข้าไปคว้าเอามีดมาจากผู้ชายมาไว้ ซึ่งก็ไม่ขัดขืนให้มีดมาด้วยดี ยอมรับว่าตนเองก็กลัว แต่ก็ใจดีสู้เสือ จนเหตุการณ์จบลงด้วยดี จากนั้นทั้งคู่ก็พากันออกจากร้านไป
นางสาวหฤทชนัน เคยรัมย์ อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นบุตรสาวของ นางตุ๊ เจ้าของร้านชำ ซึ่งเป็นผู้เอาคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวไปโพสต์ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ในตอนนั้นตนกำลังทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลรัตนบุรี ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่ ก็ได้รับโทรฯศัพท์จากแม่ ว่ามีคนไล่ฟันกันเข้ามาในร้าน ตนตกใจจึงรีบกลับมาที่บ้าน เพราะแม่อยู่คนเดียว เกรงว่าจะได้รับอันตราย พอมาถึงก็รีบไปเปิดดูเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในร้าน พบภาพเหตุการณ์ดังกล่าว ตนเลยนำไปโพสต์ลงในเฟสบุ๊ก เพื่อต้องการจะเตือนภัยให้กับคนอื่นได้ระวังตัว แต่ก็ไม่ได้ไปแจ้งความกับตำรวจแต่อย่างใด เพราะไม่มีอะไรเสียหาย
จากนั้นผู้สื่อข่าวก็ได้ไปสอบถามที่ห้องเช่าที่อยู่ใกล้ๆกับร้านค้า ห่างกันประมาณ 15 เมตร ก็ไม่พบกับชายหญิงคู่นั้น สอบถามผู้ที่อยู่แถวนั้นก็ไม่มีใครทราบว่าเป็นใครมาจากไหน โดยผู้สื่อข่าวพยายามโทรฯติดต่อเจ้าของห้องเช่าเพื่อจะสอบถาม แต่ก็ไม่มีใครรับสาย จึงไม่ทราบว่าทั้งสองคนเป็นใคร และมีเหตุทะเลาะวิวาทอะไรกันมา จึงเกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้