(26 สิงหาคม 2563) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 เปิดเผยว่า การพิจารณางบประมาณจัดซื้อเรือดำน้ำ ยอมรับว่า มีวาระที่จะเข้ากมธ.ชุดใหญ่ แต่เมื่อเข้าสู่วาระ อาจจะมีการขอให้เลื่อนการพิจารณาและการลงมติออกไปก่อน เนื่องจากทราบว่ากมธ.บางส่วน ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากกองทัพเรือ เพื่อประกอบการพิจารณาในการลงมติทั้งนี้ จึงอาจต้องรอผู้เเทนกองทัพเรือมาชี้เเจง โดยคาดว่าน่าจะเป็นวันที่ 28 ส.ค.นี้ โดยขึ้นอยู่กับการพิจารณาในวันนี้ (26ส.ค.) ช่วงที่อนุกมธ.ครุภัณฑ์ฯ เข้ามาชี้เเจงกับกรรมาธิการงบประมาณ สำหรับกมธ.สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 7 คน ยืนยันว่า ไม่สนับสนุนการจัดซื้อเรือดำน้ำ แต่จะโหวตสวนหรือไม่นั้น ยังไม่ได้มีการตกลงกันว่าจะมีการโหวตสวนหรือไม่ หรืออาจจะใช้วิธีการงดออกเสียง หรือไม่เข้าประชุมแทน ซึ่งเรื่องนี้เป็นไปตามมติของพรรค
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้มีมติปรับลดงบประมาณรายจังหวัด 76 จังหวัด 18 กลุ่มจังหวัด รวมเป็นงบประมาณที่ปรับลด 304 ล้านบาท จากงบประมาณทั้งสิ้น 23,000 ล้านบาทส่วนจังหวัดใดถูกปรับลดมากที่สุดนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้สำหรับงบประมาณของ กทม. ในโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ มูลค่า 1,350 ล้านบาท ที่มีการของบประมาณตั้งแต่ปี 2563 และแบ่งจ่ายปีละประมาณ 200 ล้านบาท แต่ไม่สามารถเบิกจ่ายเพื่อก่อสร้างได้ เพราะมีปัญหาความไม่ชัดเจนกับรัฐสภา ทำให้เมื่อมีการของบประมาณในปี 2564 เห็นว่า ยังไม่มีความชัดเจนเช่นเดียวกัน จึงได้ปรับลดงบประมาณในปีนี้ 192 ล้านบาท และให้รัฐสภากับ กทม.ไปหารือกันให้ชัดเจนว่าจะมีข้อสรุปอย่างไร
ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังมีการพิจารณางบประมาณด้านการศึกษาที่ กมธ.มีการตั้งข้อสังเกตว่า หลายมหาวิทยาลัยสามารถจัดหางบประมาณมาได้จำนวนมาก เหตุใดต้องจัดสรรงบประมาณจากรัฐอีก เพื่อประหยัดงบประมาณ ทั้งนี้ อนุกมธ.ได้ให้เหตุผลกับกมธ.ว่า มหาวิทยาลัยบางแห่ง ที่มาขอสนับสนุนงบ เนื่องจากต้องใช้ก่อสร้างโรงพยาบาลในสังกัดของมหาวิทยาลัย เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ดังนั้น มหาวิทยาลัยต้องใช้เงินรายได้นอกงบประมาณมาช่วยเหลือประชาชน รวมทั้งยังต้องใช้งบประมาณเรื่องวิจัยและการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ที่ขาดแคลนด้วย