จากการสอบสวนนายภาศกรสารภาพว่า นายนภัทร หลานชายผู้ได้รับบาดเจ็บได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปรับมาจากบ้านพักเมื่อเวลา05.00น.เพื่อเสพยาเสพติด ต่อมานายนภัทร ได้หายไป และต่อมาได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว หลังก่อเหตุนายนภัทร ได้กลับเข้ามากบดานในบ้านพัก กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปล้อมบ้านช่วงแรกไม่กล้าเปิดประตู เนื่องนายนภัทร ถือปืนไว้ตลอดเวลา เมื่อได้จังหวะจึงเปิดประตูออกมาจึงถูกเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมตัว
หลังจากถูกควบคุมตัว นายนภัทรมีอาการคล้ายคนเมายา ไม่ยอมให้การกับเจ้าหน้าที่นอกจากนั้นเคยเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในจ.พัทลุง ต้องกินยาระงับประสาททุกวันเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวนำส่ง รพ.บางสะพาน เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจรักษาโดยอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างใกล้ชิด
สำหรับการก่อเหตุดังกล่าวไม่เกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองแต่เป็นปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัวหลังจากนายเสริม ซึ่งมีศักดิ์เป็นตาได้ตักเตือนหลานผู้ก่อเหตุเรื่องเสพยาเสพติดจึงเกิดความไม่พอใจ ประกอบกับเพิ่งเลิกกับภรรยา และไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่ง จึงทำให้มีอาการเครียดสะสมโรคเก่ากำเริบ