เนชั่นทีวี

ข่าว

หมอธีระวัฒน์ ชี้ 2 สาเหตุติดโควิด-19 ซ้ำรอบ2 "ไวรัสซ่อนตัว-เชื้อเปลี่ยนรูปร่างจนตรวจไม่พบ"

26 ส.ค. 2563 | Ekkapon

หมอธีระวัฒน์ ชี้ 2 สาเหตุติดโควิด-19 ซ้ำรอบ2 "ไวรัสซ่อนตัว-เชื้อเปลี่ยนรูปร่างจนตรวจไม่พบ"

หมอธีระวัฒน์ เหมะจุฑา เปิดเผยถึงความเป็นไปได้การป่วยของผู้ป่วยชาวฮ่องกงด้วยโรคโควิด-19 ซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ชี้สาเหตุอาจมาจากไวรัสซ่อนตัว-เชื้อเปลี่ยนรูปร่างจนทำให้ไม่สามารถตรวจพบเชื้อ

26 สิงหาคม 2563 ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีมีข้อมูลที่ชาวฮ่องกงป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซ้ำเป็นครั้งที่สองว่า

หมอธีระวัฒน์ ชี้ 2 สาเหตุติดโควิด-19 ซ้ำรอบ2 "ไวรัสซ่อนตัว-เชื้อเปลี่ยนรูปร่างจนตรวจไม่พบ"


1.เกิดจากเชื้อที่ติดจากครั้งแรกแล้วก็หลบซ่อนอยู่ในตัวและปะทุขึ้นมาใหม่
กรณีเช่นนี้พบได้ตั้งแต่ไวรัส นิปาห์ ซึ่งเป็น RNA ไวรัสเหมือนกัน ที่ทำให้เกิดสมองอักเสบเฉียบพลันทำให้เกิดหลอดเลือดอักเสบอย่างรุนแรงโดยเชื้อนี้มาจากค้างคาว ทั้งนี้เมื่อหายแล้วอีกสองปีถัดมาเกิดสมองอักเสบขึ้นมาใหม่แต่คราวนี้ไม่ใช่หลอดเลือดอักเสบว่าเป็นเนื้อสมองอักเสบจริง
กรณีของไวรัสอีโบล่าหลังจากที่รอดชีวิตจากการติดเชื้อครั้งแรกไวรัสเข้าไปหลบซ่อนอยู่ในลูกตาหรือในสมอง หลังจากนั้น มีลูกตาและสมองอักเสบ ไวรัสโควิด-19 สามารถหลบซ่อนในที่ต่างๆได้ ถ้าไม่สามารถกำจัดได้หมดสิ้นในระยะแรกและกลไกของการกดหัวไวรัสในที่ต่างๆนั้นอาจไม่ได้ใช้กลไกเหมือนกันกับในระยะแรกก็ได้ และอาจแตกต่างกันในแต่ละเนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่ผ่านมา การกลับเป็นใหม่ครั้งที่สองมีรายงานประปรายอยู่แล้วในประเทศจีนตั้งแต่ต้นปี 2563 แต่ไม่รุนแรงแต่ทั้งนี้ในอนาคตจะรุนแรงหรือไม่ก็ตาม คงไม่สามารถบอกได้
2.เกิดจากเชื้อจากภายนอกและเกิดการติดใหม่จริงครั้งที่สอง

ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะภูมิคุ้มกันที่จำเพาะต่อไวรัสโควิด-19 หลังจากที่เป็นครั้งแรกนั้น ต้องการทั้ง ภูมิที่ได้จากน้ำเหลือง และจากระบบเซลล์ภูมิคุ้มกัน

หมอธีระวัฒน์ ชี้ 2 สาเหตุติดโควิด-19 ซ้ำรอบ2 "ไวรัสซ่อนตัว-เชื้อเปลี่ยนรูปร่างจนตรวจไม่พบ"


ภูมิคุ้มกันในน้ำเหลืองนั้นสลายตัวไปเร็วมากในระยะเป็นเดือน แม้ไม่ทุกคน แต่อย่างน้อย 15% ขึ้นไปจะหายไปใน 2-3 เดือน ดังที่พบในการศึกษาในประเทศไทยในจังหวัดทางภาคใต้ โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทีมใบยาและพันธมิตรร่วมกับทางจังหวัด
แต่ถ้าระบบความจำของภูมิคุ้มกัน ไม่บกพร่อง แม้มีการติดเชื้อใหม่ก็จะมีการปลุกระดมภูมิขึ้นมาต่อต้านไวรัสอย่างรวดเร็ว (anamnestic response) และทำให้ไม่มีอาการเลยหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ดังนั้น ไม่มีทางทราบได้ว่าการเป็นครั้งที่สองจากเชื้อภายนอกจะรุนแรงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังข้างต้น
นอกจากนั้นยังขึ้นอยู่กับหน้าตาของเชื้อไวรัส ถ้ามีลักษณะรูปร่างหน้าตาผิดเพี้ยนไปจากเดิมจนระบบความทรงจำ จำไม่ได้ ก็จะเป็นเสมือนติดเชื้อใหม่ ดังนั้นความรุนแรงอาจจะมากหรือน้อยได้ อย่างที่พบในการติดครั้งแรก

หรือในอีกกรณีหนึ่งรูปร่างหน้าตาแปลกไปบ้างจำได้ แต่ไม่ทำลาย กลับชักชวนให้เข้าไปในบ้าน เข้าไปในเซลล์ภูมิคุ้มกัน เสียเอง และเกิดการอักเสบอย่างรุนแรงกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งในลักษณะนี้เกิดขึ้นได้แน่นอน แต่จะมากหรือน้อย บ่อยเพียงใด? และเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงในความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนโควิด-19

ข่าวล่าสุด