การพัฒนาเทคโนโลยีของจีนที่รวดเร็วจนทั่วโลกจับตามอง
เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศจีนมีการพัฒนาที่รวดเร็วมากหลังจากการปฎิรูปประเทศของเติ้งเสี่ยวผิง จนมาถึงยุคของสีจิ้นผิง โดยอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของจีนก็เป็นส่วนหนึงที่พัฒนาได้รวดเร็วเช่นกัน โดยหากเรามองภาพเทคโนโลยีแบบเรียบง่ายก็สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
กลุ่มแรกคือกลุ่ม HARDWARE ไม่ว่าจะเป็นการผลิต Mainboard, Memory, Chipset หรือการประกอบชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ หากย้อนไปเมื่อสัก 10 กว่าปีก่อน เราจะเริ่มเห็นสินค้า IT ที่เริ่มตีตรา Made in China ออกมาสู่ตลาดโลกมากขึ้น ซึ่งมีทั้งผลิตให้กับ Brand ดัง และการผลิตสินค้าลอกเลียนแบบ
กลุ่มที่สองคือกลุ่ม SOFTWARE แม้ประเทศจีนนั้นจะมีการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลหรือ Software ต่างๆ ทั้งการใช้ Email และ Social media อย่าง Google services, Facebook แต่ภายในประเทศจีนก็มีการพัฒนา Software ชื่อดังออกมามากมาย เช่น QQ, Baidu, WPSOffice และ Alibaba
ในช่วงแรกนั้นก็เป็นอย่างหลายประเทศที่เป็นการรับจ้างผลิตให้แบรนด์อื่นที่เรียกว่า OEM (Original equipment manufacturer) จากนั้นจึงค่อยพัฒนาปรับปรุงสร้างแบรนด์ของตนเอง โดยเน้นไปในกลุ่ม Hardware ก่อน เนื่องจากมี Supply Chain ที่เพียบพร้อม ยกตัวอย่างได้ชัดจาก MP3 Player และ Smartphone ยี่ห้อจีน ที่ยุคแรกมีการออกแบบ หรือใช้วัสดุเหมือนกันเพื่อเป็นการประหยัดต้นทุนเมื่อต้องการผลิตจำนวนมาก (Economy of Scales)
จนมาในยุคหลังที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง ทั้งในด้าน Hardware และ Software ทำให้เริ่มมีบริษัทชั้นนำของจีนมี Market Share ในตลาดโลกมากขึ้นในหลายอุตสาหกรรม เช่น Xiaomi ที่เพิ่งฉลองครบรอบ 10 ปีของบริษัท จากการเริ่มต้นทำ Custom Rom (Software) แล้วเริ่มทำ Smartphone โดยในช่วงแรกมีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศจีนปี 2013 เพียง 5% แต่ปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดโลกถึง 10% เป็นอันดับ 4 และได้รับความนิยมมากขึ้นในทั้งในด้านของ Smart Devices ต่างๆ เช่น เครื่องฟอกอากาศ, Smart Watch, Smart TV เป็นต้น
ไม่เฉพาะในด้าน Hardware ที่ประเทศจีนพัฒนามาได้อย่างรวดเร็วทางด้าน Software ก็เช่นกัน ยกตัวอย่าง Netflix ที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 192 ล้านคน ในฝั่งจีนก็มี Tencent Video หรือ iQIYI ที่มีผู้ใช้งานในหลัก 110 ล้านคน เช่นกัน แต่แอพที่พูดถึงกันอย่าง TIKTOK นั้นมีผู้ใช้งานที่สูงกว่า 800 ล้านคนทั้งที่เปิดตัวมาได้เพียง 3 ปี แต่มีผู้ใช้งานใกล้เคียงกับ INSTAGRAM ที่มีผู้ใช้งาน 1 พันล้านคนโดยใช้ระยะเวลากว่า 9 ปี