เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร ระบุว่า ในปีงบประมาณหน้า หรือ2564 จะเป็นอีกหนึ่งปีที่น่าเป็นห่วงสำหรับการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากร เนื่องจาก ผลประกอบการในปีนี้ทั้งผู้ประกอบการนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ซึ่งจะเป็นฐานการจัดเก็บภาษีในปีงบประมาณหน้าต่างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่(โควิด-19)

สำหรับ ปีงบประมาณ2564 กรมฯได้รับเป้าหมายจัดเก็บรายได้ที่ ประมาณ 2 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ ตามปกติแล้ว หากจีดีพีขยายตัวลดลง 1% จะกระทบการจัดเก็บรายได้ลดลง 1.1%
ส่วนการจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณนี้ กรมฯยังไม่สามารถประเมินได้ว่า ยอดการจัดเก็บจะเป็นเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ เนื่องจาก ยังอยู่ในช่วงของการขยายระยะเวลาการชำระภาษีทั้งเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนส.ค.นี้ ดังนั้น เราจะสามารถประเมินได้อีกครั้งในสิ้นเดือนนี้
"เดิมเป้าจัดเก็บรายได้ในปีนี้ เราประเมินจากจีดีพีว่าจะขยายตัว 3.5% แต่ขณะนี้ คาดการณ์ว่า จีดีพีจะติดลบ 8% ฉะนั้น จึงไม่ใช่เป้าที่จะทำได้ ทางสศค.จึงต้องกำหนดเป้าหมายใหม่ ซึ่งต้องรอผลจัดเก็บในเดือนนี้ก่อน"
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มีบุคคลธรรมดายื่นแบบชำระภาษีแล้วประมาณ 10 ล้านคน จากยอดทั้งหมดกว่า 11 ล้านคน ในจำนวนนี้ มียอดคืนภาษีแล้ว 95% หรือ 3 ล้านคน เป็นเงิน 3.3 หมื่นล้านบาท ส่วนนิติบุคคล ยื่นแบบชำระภาษีแล้ว 2 แสนราย จาก 5 แสนราย ในจำนวนนี้ คืนภาษีไปแล้ว 3 หมื่นล้านบาท
"ขณะนี้ ผู้เสียภาษีทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลยังมีเวลาในการยื่นแบบชำระภาษี ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนส.ค.นี้ หากรายใดยังไม่ยื่นจะโดนเงินเพิ่มคิดเป็น 1.5% ของยอดภาษีที่ต้องชำระ ดังนั้น จึงขอให้มายื่น กรณึในรายที่ต้องเสียภาษี สามารถยื่นขอผ่อนชำระได้ 3 งวด"