เนชั่นทีวี

ข่าว

ย้ำซักฟอกรัฐโดยไม่ลงมติเป็นกลยุทธ์การเมือง

25 ส.ค. 2563 | chairat_pat

ย้ำซักฟอกรัฐโดยไม่ลงมติเป็นกลยุทธ์การเมือง

"สุทิน คลังแสง" ขอ "ก้าวไกล" ใจเย็น ย้ำเป็นกลยุทธ์การเมืองที่ขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยไม่ลงมติ ย้ำยังมีเวลาเหลือ ชี้รีบทำไปอาจเสียของตอนหน้า ยันไร้ขัดแย้งในพรรคร่วมฝ่ายค้าน รับโครงสร้าสสร.ภาพรวมเห็นด้วย แต่ยังเห็นต่างรายละเอียด

(25 สิงหาคม 2563) นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การที่พรรคก้าวไกลตั้งข้อสงสัยว่าทำไมพรรคเพื่อไทยไม่ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ แทนการเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 นั้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นกลยุทธ์ บางครั้งเวลาสั้นอาจจะอธิบายไม่ทัน

"วัยรุ่นเขาใจร้อนเป็นธรรมดา เข้าใจเขา ไม่มีปัญหา โดยเรื่องนี้เวลากระชั้นชิด เลยต้องรีบทำ เพื่อจะให้ทันสมัยประชุมนี้ ซึ่งก็ไม่หนักใจ คุยกันเดี่ยวก็เข้าใจ ยืนยันว่าความสัมพันธ์ในพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล ไม่ได้มีปัญหา ซึ่งคนทำงานด้วยกัน บางครั้งจุดยืนและนโยบายของแต่ละพรรค เราเคารพกัน ไม่มีปัญหา เพียงแต่ว่าบางครั้งการทำความเข้าใจหรือพูดคุยกันอาจจะน้อย" นายสุทิน กล่าว

ทั้งนี้ ทุกเรื่องอยู่ที่น้ำหนัก หากน้ำหนักไม่มากจะไปอภิปรายไม่ไว้วางใจเลย ก็คงไม่ได้ อาจจะต้องรอบางเรื่องที่อาจจะน้ำหนักพอ ซึ่งพรรคเพื่อไทย ก็จะได้อธิบายให้พรรคก้าวไกลฟัง ว่าสำคัญที่สุดคือน้ำหนักแต่ละเรื่อง แล้วเวลายังเหลือ ซึ่งใน 1 ปี สามารถอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 และอภิปรายไม่ไว้ว่งใจได้อย่างละ 1 ครั้ง ดังนั้น สมัยหน้าสามารถขออภิปรายได้อีกครั้ง หากอภิปรายตอนนี้หมด แล้วเกิดวิกฤติในวันหน้า ล้มเหลวสิ้นเชิง ถึงวันนั้นจะพูดได้อย่างไร

"เรารู้ว่ารัฐบาลเกิดวิกฤติแน่นอนสมัยหน้า ไปไม่รอดแน่นอนสมัยหน้า เรื่องเศรษฐกิจพังยับเยิน แล้วหากมาอภิปรายไม่ไว้วางใจตั้งแต่ตอนนี้ ถึงตอนนั้นเราจะเสียดายไหม" นายสุทิน กล่าว

ส่วนกรณีที่พรรคก้าวไกลจะยื่นญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 นั้น พรรคเพื่อไทยก็จะให้ความร่วมมือ โดยจะช่วยอธิบายให้กับ ส.ส.ได้เข้าใจอย่างเต็มที่ เพราะ ส.ส. จะต้องเป็นผู้ลงนาม ซึ่งจะนำเข้าที่ประชุม ส.ส.ของพรรควันนี้ (25ส.ค.)

สำหรับไทม์ไลน์การพิจารณาญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนั้น ขณะนี้พอจะเห็นเค้าโครง ซึ่งเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ประธานวิปรัฐบาลก็ได้มีการเสนอกรอบเวลาคร่าวๆ ว่าน่าจะเป็นแบบไหน ซึ่งก็ถือว่าอย่างน้อยที่สุดได้รู้ว่า 3 เรื่องใหญ่ คือ การอภิปรายตามมาตรา 152 เรื่องร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 และเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ คงได้จบในสมัยการประชุมนี้แน่นอน

นายสุทิน กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 26 ส.ค. จะมีการประชุมร่วมวิป 3 ฝ่าย เพื่อจะจัดลำดับให้มีความเหมาะสม ว่าเวลาที่เหลือจะเอาเรื่องใดมาพิจารณาก่อน ซึ่งประธานวิปรัฐบาลได้เสนอกรอบเวลามานั้น พรรคร่วมฝ่ายค้านก็เห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ แต่ความตั้งใจของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ต้องการให้พิจารณาเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูว่ารัฐบาลจะยื่นญัตติของรัฐบาลทันหรือไม่

ส่วนเรื่องของโครงสร้างสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่รัฐบาลได้เปิดมาให้มาจากการเลือกตั้ง 150 คน และมาจากตัวแทนกลุ่มต่างๆอีก 50 คนนั้น ซึ่งเรื่องนี้หลักการยังเป็นเหมือนกัน แตกต่างกันแค่รายละเอียดนิดหน่อย ซึ่งก็ถือว่าไปได้ แต่รายละเอียดก็ต้องมาคุยกันในสภาฯ และขั้นตอนที่ 2 ในขั้นแปรญัตติสามารถปรับแก้ได้

ข่าวล่าสุด