(25 สิงหาคม 2563) ผู้สื่อข่าวรายงานจากการประชุมคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียนในกมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564ที่มีนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน
โดยนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมประชุมด้วยซึ่งทันทีที่การประชุมเริ่มขึ้นปรากฎว่าบรรยากาศเป็นไปอย่างเคร่งเครียด โดยนายสุพล ได้กล่าวต่อประชุมว่า เมื่อสักครู่ ตนได้ฟังนายยุทธพงศ์ให้สัมภาษณ์แล้ว ยืนยันว่าไม่มีมติใดๆ เป็นความเห็นของที่ประชุม ที่มีความเห็นให้แขวนเพื่อให้กลับมาชี้แจงใหม่ แล้วนำเอกสารที่ที่ประชุมขอมาประกอบความคิดเห็น
ต่อมา นายยุทธพงศ์ ชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรก ทางกองทัพเรือได้เข้ามาชี้แจง โดยมีโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ มูลค่า 2.25 หมื่นล้านบาท และในที่ประชุมไม่มีอนุ กมธ. คนใด เห็นด้วยกับกองทัพเรือในการจัดซื้อเรือดำน้ำ และทุกคนขอให้เลื่อนออกไปก่อน เพราะในภาวะเศรษฐกิจประเทศกำลังขาดแคลนงบประมาณ ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเร่งรีบ เพราะเรือลำแรกที่จัดซื้อไปแล้วปี 2567 ถึงจะได้เรือดำน้ำเข้าประจำการ
ทั้งนี้ แต่กองทัพเรือ ยืนยันที่จะต้องซื้อให้ได้ เพราะเป็นการซื้อแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ที่มีข้อตกลงร่วมกัน ถ้าไม่ซื้อ ก็จะเสียความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอาจจะมีการฟ้องร้องได้ เพราะมีสัญญาร่วมกันอยู่ ที่ประชุมจึงมีมติให้นำรายละเอียดกลับมาใหม่ จึงเป็นที่มาของการแขวนเรื่องนี้ไว้ในการประชุมครั้งแรก และเมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา ทางกองทัพเรือนำสัญญาให้อนุ กมธ. ดู ปรากฏว่า ไม่มีข้อผูกพันใดๆว่า ถ้าซื้อลำแรกแล้ว จะต้องซื้อลำที่ 2-3 ดังนั้น ลำที่ 2 ลำที่ 3 จึงเป็นเรื่องใหม่
จากนั้น บรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียด โดยนายสุพล ระบุว่า วันที่ 17 ส.ค. ความจริงที่ประชุมไม่ได้มีมติ เป็นเพียงความเห็นของที่ประชุม ตนจะให้ฝ่ายเลขานุการฯยืนยัน โดยจะนำบันทึกการประชุมมาดูว่า ไม่ได้มีมติใดๆ อยากถามว่า ในความเห็นของนายยุทธพงศ์ มติคืออะไร
ทำให้นายยุทธพงศ์ สวนกลับทันทีว่า "เรื่องบางเรื่องผมยอมได้ แต่เรื่องนี้มันคือศักดิ์ศรี ท่านก็เคยเป็นถึงรัฐมนตรี ผมก็เคยเป็นเหมือนกัน ดังนั้น ขอให้นำชวเลข และบันทึกเทปการประชุมทั้งหมด มาเปิดเผย"
ขณะที่นายสุพล แทรกทันทีว่า มติคืออะไร เพราะไม่ได้มีการลงคะแนน นายยุทธ์พงศ์ โต้กลับว่า ถ้าไม่มีคนค้าน ก็ไม่มีการลงคะแนน ก็ถือเป็นมติ ไม่เช่นนั้นจะไปแขวนเรื่องนี้ได้อย่างไร ขอท้าในฐานะเป็นอนุ กมธ. ขอบันทึกการประชุมเป็นทางการ แล้วเอามาแฉเลยว่า วันที่ 17 ส.ค. อนุ กมธ. คนใดพูดอะไรไว้บ้าง
"เอามาเปิดเป็นรายคนไปเลยว่ามีอะไรทำให้คนเราเปลี่ยน ใครรักชาติ รักประชาชน หรือใครรักเรือดำน้ำจีน ผมพร้อมสู้ ผมยอมตาย เรื่องเรื่องดำน้ำจีนผมยอมไม่ได้ ประชาชนอดอยากแค่ไหน และผมไม่มีวันก้มหัวให้เผด็จการ" นายยุทธพงศ์ กล่าว