ที่ผ่านมากรุงโซลเคยบังคับให้สวมหน้ากากเฉพาะเวลาที่ใช้บริการรถโดยสาร รถแท็กซีและรถไฟใต้ดินตั้งแต่กลางเดือนพ.ค. ช่วงที่มีการระบาดแบบกลุ่มก้อนเชื่อมโยงกับสถานบันเทิงยามราตรี
สำหรับมาตรการล่าสุดมีขึ้นหลังจากกรุงโซลและพื้นที่ปริมณฑลมีผู้ติดเชื้อรายใหม่แบบกลุ่มก้อนเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในเวลาเพียงสัปดาห์เดียวช่วง 15-22 ส.ค. มีผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 1,000 คน ทั้งที่ในช่วงตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. ซึ่งเป็นวันที่พบผู้ติดเชื้อรายแรกของประเทศจนถึงวันที่ 14 ส.ค. มีผู้ติดเชื้อในกรุงโซลเพียงเกือบ 1,800 คน ก่อนหน้านี้จังหวัดคย็องกี ที่อยู่ติดกับกรุงโซล และจังหวัดชุงช็องเหนือ
ก็บังคับใช้มาตรการสวมหน้ากากเช่นกัน
ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค แถลงวันนี้ว่า จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วประเทศจนถึงเที่ยงคืนวันอาทิตย์มี 266 คน ซึ่งลดลงอย่างมากจาก 397 คนเมื่อวันเสาร์ แต่ยังเป็นตัวเลขหลักร้อยติดต่อกันเกินกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว และในจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั้งหมดเป็นการติดเชื้อภายในประเทศ 258 คน ส่วนผู้ติดเชื้อสะสมทั่วประเทศเพิ่มเป็น 17,665 คน โดยในช่วง 11 วันที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2,893 คน