เนชั่นทีวี

ข่าว

ขยายเรือนจำท่องเที่ยว 72 แห่ง

24 ส.ค. 2563 | anuphan_cha

ขยายเรือนจำท่องเที่ยว 72 แห่ง

"รมว.ยุติธรรม" สวมชุดเชฟลุยระยองเปิดโครงการ "เที่ยวสุขใจ-เชฟลูกกรงเหล็ก" ชี้พื้นที่เรือนจำหลายแห่งอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยว หวังต่อยอดเป็นแหล่งสร้างรายได้ เล็งขยายต่อไปเรือนจำอื่นรวม 72 แห่ง

(24 สิงหาคม 2563) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วย นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา ที่ปรึกษารมว.ยุติธรรม และ นายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามนโยบายเรือนจำท่องเที่ยว พร้อมเปิดโครงการ "เที่ยวสุขใจ ให้โอกาส ผู้ก้าวพลาดสู่สังคม" ณ เรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว และทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง จ.ระยอง



โดยนายสมศักดิ์ ได้เริ่มเยี่ยมชมการบริหารจัดการพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของเรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว พร้อมชมบริการจากผู้ต้องขังที่ผ่านการอบรมภาษาต่างประเทศ จากนั้นได้เดินทางต่อไปยังทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง เพื่อเปิดโครงการ "เที่ยวสุขใจ ให้โอกาส ผู้ก้าวพลาดสู่สังคม" และชมกิจกรรมแข่งขันประกอบอาหาร "เชฟลูกกรงเหล็ก" ระหว่าง 2 เรือนจำ ซึ่งนายสมศักดิ์ ได้สวมชุดเชฟ และเยี่ยมชมการปรุงอาหารอย่างใกล้ชิด พร้อมพูดคุยกับผู้ต้องขัง อย่างเป็นกันเอง ก่อนเยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆ อาทิ การสอนขี่ม้า



นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนมีความยินดีที่ได้มาตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน ตามนโยบายเรือนจำท่องเที่ยว และเปิดโครงการ "เที่ยวสุขใจ ให้โอกาส ผู้ก้าวพลาดสู่สังคม" ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ที่ได้มีโอกาสขับเคลื่อนและบริหารงานของกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะกรมราชทัณฑ์ โดยเล็งเห็นว่า ภารกิจการคืนคนดีสู่สังคม เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการสร้างโอกาสการยอมรับจากสังคมภายนอก



ทั้งนี้ การส่งเสริมทักษะต่างๆให้ผู้ต้องขัง ให้มีความพร้อมออกไปสู่สังคมภายนอก ตลอดจนการสร้างภาพลักษณ์ของเรือนจำ ให้เปลี่ยนไปจากเดิม ที่คนมองว่าเป็นแดนสนธยา ให้เป็นดินแดนแห่งการสร้าง และการให้โอกาส โดยเริ่มจากการกำหนดแนวทางในการพัฒนาผู้ต้องขัง การบริหารจัดการพื้นที่ สาธารณูปโภค พลังงาน และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ



ขยายเรือนจำท่องเที่ยว 72 แห่ง



"ศักยภาพของกรมราชทัณฑ์ คือ การมีทรัพยากรทั้งในด้านบุคลากรและพื้นที่ ซึ่งจะเห็นว่าเรือนจำหลายแห่งอยู่ในเส้นทางหลักการท่องเที่ยว มีภูมิประเทศ มีการจัดกิจกรรมหลากหลาย หากสามารถต่อยอดพัฒนาและเปลี่ยนเรือนจำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว จะเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้ต้องขังได้มีโอกาสแสดงศักยภาพ ให้สังคมภายนอกรับรู้ ผมจึงมีนโยบายให้ผู้ต้องขังได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตภายหลังพ้นโทษ เช่น การจัดอบรมภาษาต่างประเทศ การจัดทำบัญชีครัวเรือนให้แก่ผู้ต้องขัง"นายสมศักดิ์ กล่าว

ขณะเดียวกัน การเดินทางมาในวันนี้ (24ส.ค.) จะเห็นได้ว่ากรมราชทัณฑ์ พร้อมที่จะขับเคลื่อนนโยบายเรือนจำท่องเที่ยว ให้สำเร็จเป็นรูปประธรรม โดเรือนจำชั่วคราวเขาไม้แก้ว สังกัดเรือนจำกลางระยอง และทัณฑสถานเปิดห้วยโป่ง จะเป็นพื้นที่นำร่อง และจะได้ขยายการดำเนินการไปยังแห่งอื่นๆ ตามแผนที่กรมราชทัณฑ์วางไว้ รวมถึงในวันนี้ มีการแข่งขันการฝึกทักษะการประกอบอาหารของผู้ต้องขังตามโครงการเชฟลูกกรงเหล็ก เพื่อพัฒนาและยึดเป็นอาชีพได้ภายหลังพ้นโทษ



สำหรับการพัฒนาเรือนจำท่องเที่ยวทั่วประเทศ ได้มีแผนภายใน 3 ปี โดยปีงบประมาณหน้า จะขยายเพิ่มเกือบ 50% ซึ่งขณะนี้ มีเรือนจำเพื่อการท่องเที่ยวจำนวน 5 แห่ง เช่น ตราด ระยอง ราชบุรี นครราชสีมา โดยจะทำเพิ่มเติมอีก 67 แห่ง จะรวมเป็น 72 แห่ง จากเรือนจำทั้งหมด 143 แห่ง ส่วนที่ไม่ทำทั้งหมด เพราะต้องดูศักยภาพแต่ละเรือนจำ ที่บางแห่งไม่สามารถทำได้



ส่วนการพัฒนาเรือนจำเป็นแหล่งท่องเที่ยว จะบูรณาการกับกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาอย่างไรนั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรม สนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งเรื่องการบูรณาการ สามารถใช้งบประมาณของตัวเองได้ แต่วันข้างหน้าการร่วมมือกับกระทรวงท่องเที่ยวก็อาจเกิดขึ้น



เมื่อถามว่า ผู้ต้องขัง จะได้ประโยชน์ หรือรายได้อย่างไร นายสมศักดิ์ กล่าวว่าผู้ต้องขังปกติทำงานนอกจะได้ค่าจ้าง เฉลี่ย 1-3 พันบาทต่อเดือน โดยการแบ่งเงินหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว ผู้ต้องขังจะได้ 50% เพราะต้องมีกองทุน ซึ่งมีนักโทษหลายคนสามารถนำเงินส่งกลับไปให้ครอบครัวได้

ข่าวล่าสุด