ข้อกล่าวหาทั้งหมดนี้ถือว่าร้ายแรง แต่ก่อนจะตัดสินว่าจริงหรือไม่จริง ต้องรอฟังคำชี้แจงของกองทัพเรือช่วงบ่ายนี้ด้วย ซึ่งเบื้องต้นมีข้อมูลว่า กองทัพเรือจะเคลียร์ให้ชัดๆ ใน 4 ประเด็น คือ
1. เรือดำน้ำอีก 2 ลำ เป็นการจัดซื้อลำที่ 2 และ 3 ในราคาต่ำกว่าปกติ คือ 22,500 ล้านบาท มูลค่ารวมทั้งโครงการ 3 ลำ 36,000 ล้านบาท ราคานี้จริงๆ แล้วซื้อได้แค่ 2 ลำ แต่ได้เรือดำน้ำจริง 3 ลำ (เป็นโปรโมทชั่นจากจีน ซื้อ 2 แถม 1)
2. การจัดซื้อเรือดำน้ำ มีความจำเป็นทางความมั่นคง และการรักษาทรัพยากรธรรมชาติทั้งในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
3. งบประมาณที่ใช้เป็นงบปกติของกองทัพเรือ ไม่ได้ของบเพิ่มจากรัฐบาลหรือใช้งบกลาง โดยกองทัพเรือชะลอโครงการจัดซื้อเรือผิวน้ำอื่นๆ เพื่อนำงบมาใช้สำหรับเรือดำน้ำ และการจ่ายจะจ่ายเป็นงวด ไม่ได้จ่ายปีนี้ก้อนเดียว 22,500 ล้านบาท
และ 4. สัญญาจัดซื้อเป็นแบบ "รัฐต่อรัฐ" ชอบด้วยกฎหมาย มีหลักฐานยืนยันชัดเจน
สำหรับข้อมูลอื่นๆ ที่มาจากฝ่ายการเมืองที่สนับสนุนให้จัดซื้อเรือดำน้ำ จากการโหวตในคณะอนุกรรมาธิการฯ ก็คือ เรือดำน้ำ 2 ลำนี้ต้องซื้อเป็นแพ็คคู่ และราคาจะถูกกว่า ตกลำละ 11,250 ล้านบาทเท่านั้น โดยกองทัพเรือมีข้อตกลงกับจีนว่าต้องทำสัญญาและจ่ายงวดแรกในปีงบประมาณ 2563 แต่ติดสถานการณ์โควิด จึงขอเลื่อนมาเป็นปีงบประมาณ 2564 และเลื่อนไม่ได้อีกแล้ว
ส่วนในประเด็นความจำเป็นทางความมั่นคงที่ประเทศไทยต้องมีเรือดำน้ำ มีข้อมูล "การพัฒนากำลังรบของขาติอาเซียนในอีก 10 ปีข้างหน้า" ระบุว่า หลายๆประเทศเพื่อนบ้านไทย ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และเมียนมา มีและกำลังจะมีเรือดำน้ำเข้าประจำการทุกประเทศ / ขณะที่อินโดนีเซีย มีเรือดำน้ำเข้าประจำการอยู่ก่อนแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ลำ