เนชั่นทีวี

ข่าว

อดีต ผบ.สส.แนะ รธน.ใหม่ต้องแยกทหารจากการเมือง

23 ส.ค. 2563 | anuruck_phe

อดีต ผบ.สส.แนะ รธน.ใหม่ต้องแยกทหารจากการเมือง

ในกระแสที่มีบางฝ่ายพยายามแบ่งแยก "คนรุ่นเก่า" กับ "คนรุ่นใหม่" โดยอ้างว่าคิดคนละแบบ มองโลกคนละยุค คนละด้านนั้น จริงๆ แล้วคนรุ่นใหญ่ หรือ "รุ่นเดอะ" ก็มีความคิดบางแง่มุมสอดคล้องกับคนรุ่นใหม่ แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือความสุขุม นุ่มลึก และรอบด้าน เพราะผ่านโลกมามาก หนึ่งใน "คนรุ่นเดอะ" ที่ออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองในช่วงนี้ ทั้งเรื่องการชุมนุมและการแก้รัฐธรรนมูญ คือ พลเอก สายหยุด เกิดผล อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในวัยถึง 97 ปี

แน่นอนว่าพลเอก สายหยุด เป็นอดีตทหาร / แต่กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ไม่ชอบทหารก็อย่าเพิ่งส่ายหน้าเพราะจริงๆ ท่านเคยเป็นประธานเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง หรือ พีเน็ตซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบทุจริตเลือกตั้งมาตั้งแต่ยุคที่ยังไม่มี กกต. /นอกจากนั้นท่านยังเคยเป็นแกนนำ "องค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย"เคลื่อนไหวการเมืองแบบสายกลางอีกด้วย และปัจจุบันท่านเป็น "ประธานคณะรัฐบุคคล"


พลเอกสายหยุด กล่าวถึงการชุมนุมของนิสิตนักศึกษาว่าต้องย้อนถามก่อนว่าสิ่งที่เรียกร้องคืออะไรกันแน่หากเรียกร้องเพื่อให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ตนก็คิดว่าตอนนี้ประเทศไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เช่นกัน เนื่องจากยังไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับถาวร/ เพราะหากเป็นรัฐธรรมนูญที่ถาวรจริง / จะต้องไม่มีการทำรัฐประหาร /และต้องมีการแก้ไขบทบัญยัติที่เกี่ยวกับทหาร /เนื่องจากทหารมีหน้าที่ในการป้องกันประเทศจากศัตรูที่อยู่ภายนอกไม่ใช่มาต่อสู้กันภายใน / และหากต้องการนำทหารมาใช้ภายในประเทศ ต้องมีกฎหมายรองรับให้ทำเฉพาะตามที่กฎหมายกำหนดเพราะทหารนั้นเป็นสถาบันใหญ่ที่สามารถครอบงำคนอื่นได้

"การชุมนุมทางการเมืองจะเรียกร้องอะไรปัญหาคือเราไม่รู้เรียกร้องอะไร ตั้งแต่สมัยสุเทพแล้ว ไปถามสุเทพเรียกร้องอะไรเรียกร้องให้มีการเลือกตั้ง เรียกร้องให้มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์เป็นอย่างไร มีรูปร่างหรือเปล่า แล้วใครที่จะเป็นหัวหน้าก็ไม่มีมันไม่มีจุดหมาย ถ้าเรียกร้องไปเฉยๆมันก็จะอย่างที่ชาวบ้านพูด กวนน้ำให้ขุ่นไปให้ลำบากผู้ที่บริหาร ทำให้ขัดข้องลำบากเท่านั้นเอง ก็ไม่เป็นรูปธรรมก็เรียกร้องเป็นอย่างๆ เช่น เรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญขอให้เป็นรัฐธรรมนูญถาวร หากจะเขียนรัฐธรรมนูญถาวรก็ขอให้มีบทเกี่ยวกับทหารว่าจะเข้ามาปฏิบัติการภายในประเทศมันจะต้องมีกฎหมายฉบับหนึ่ง ไม่ใช่ใช้กฎอัยการศึกกฎอัยการศึกชื่อก็บอกแล้ว ว่าที่เขาเขียนไว้ใช้ในยามมีศึกสงครามเวลามีศึกสงครามให้อำนาจมาก มันเรื่องของศึกสงคราม แต่ในยามปกติ ไม่ใช่เวลาสงครามเรามาใช้กฎอัยการศึกอย่างเดียว เมืองไทยเนี่ยไม่มีใครมาแตะเลย อ่านกันหรือเปล่าต้องไปดูกฎอัยการศึก ประเทศที่เขาเจริญเขาก็ทำให้ดูแล้ว เขาไม่ได้ใช้กฎอัยการศึกแต่เขาเอาทหารมาใช้ได้ เขาใช้ internal security"

พลเอกสายหยุด ยังย้ำในประเด็นการแยกทหารออกจากการเมืองว่าในฐานะที่เคยเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด อยากฝากถึงทหารว่าหลักวิชาการทั่วโลกมีการแยกทหารกับการเมืองออกจากกันเพราะเมื่อใดที่ทหารเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง จะเป็นอันตรายต่อประเทศชาติ /แต่สำหรับประเทศไทย ต้องยอมรับว่า ทหารกับการเมืองอยู่รวมกัน /แต่อย่าลืมว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงกองทัพเองก็ต้องเปลี่ยนเช่นกัน และต้องมีความพร้อมในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้นตามมา

ข่าวล่าสุด