เมื่อกลุ่มการเมืองบางกลุ่มบางฝ่ายชิงจังหวะใช้โซเชียลมีเดียมาเป็นอาวุธห้้ำหั่นฝ่ายตรงข้ามท่ามกลางสมรภูมิการต่อสู้ทั้งโลกจริงและโลกเสมือนอยางดุเดือดเลือดพล่านเพื่อให้ได้อำนาจรัฐ/ ทำให้เกิดภาวะการปล่อยข้อมูลข่าวสารตัดตอนแบบตอกย้ำเพื่อสร้างความนิยมให้ตัวเองและขณะเดียวกันก็ทำลายคู่แข่งทางการเมืองไปด้วยในตัวรวมทั้งปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลข่าวสารด้านอื่นๆ ของกลุ่มเป้าหมายอีกต่างหาก /ปรากฏการณ์นี้ในทางวิชาการเรียกว่า "เอคโค่ แชมเบอร์" หรือ"ห้องเสียงสะท้อน"
พันธุ์ศักดิ์ อาภาขจร นักวิชาการด้านเทคโนโลยีสื่อสาร อธิบายว่ามีปัจจัยในการสื่อสารหลักๆ เพียงไม่กี่ข้อที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์"ห้องเสียงสะท้อน" / เริ่มจากการสร้างเนื้อหา หรือ คอนเทนท์เพื่อสื่อสารกับคนในกลุ่มเป้าหมาย / เมื่อได้เนื้อหาที่ต้องการก็ส่งออกไปตามช่องทางสื่อออนไลน์ จากนั้นก็นำ "ระบบอัลกอรึทึม"ที่จัดทำขึ้นมาเข้าไปคัดแยกเพื่อส่งสารให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย /เมื่อผู้รับข่าวสารเข้ามากดไลค์ แชร์ หรือแสดงความเห็น "ระบบอัลกอรึทึม"ก็จะทำหน้าที่เหมือน "ตะกร้าคัดกรอง" พร้อมแบ่งแยกกลุ่มบุคคลที่"เห็นด้วย" และ "เห็นต่าง" ออกจากกันทันที
"ระบบระบบอัลกอรึทึม ทำให้เกิดการแบ่งขั้วกันเนื่องจากระบบนี้ จะมีการแบ่งแยกความคิดเห็นของคนแต่ละกลุ่มออกจากกันอย่างชัดเจนทำให้กลุ่มการเมืองมองเห็นถึงความสำคัญและอาศัยความได้เปรียบจุดนี้ไปใช้ในทางการเมือง ซึ่งจริงแล้วระบบระบบอัลกอรึทึม มักจะใช้ในด้านการตลาดธุรกิจมากกว่าและการจัดทำระบบระบบอัลกอรึทึม จะมีกลุ่มบุคคลที่แยกออกเป็นทีมเฉพาะ //สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ ก็คือ การวิเคราะห์ แยกแยะและบริโภคสื่อด้วยความรู้เท่าทัน เพราะข้อมูลจำนวนไม่น้อยสามารถสร้างความเกลียดชังได้โดยในทางกลับกันอาจเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของเทคโนโลยีและพฤติกรรมของมนุษย์ที่ต้องเรียนรู้ตามยุคตามสมัยและต้องปรับตัวเพื่ออยู่กับเทคโนโลยีเหล่านี้"