เนชั่นทีวี

ข่าว

โลกโซเชียลฯยุค "คอนเฟิร์ม ไบแอส"

23 ส.ค. 2563 | anuruck_phe

โลกโซเชียลฯยุค "คอนเฟิร์ม ไบแอส"

ในยุคที่การรับรู้ข่าวสารผ่านโลกออนไลน์ทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ทำให้ภาคธุรกิจหันมาใช้การตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อให้เข้าถึงและคัดกรองกลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมาย ทำให้การค้าขายการประสบความสำเร็จมากขึ้น ต่อมามีกลุ่มการเมืองเล็งเห็นถึงประสิทธิภาพในการเข้าถึงผู้คน จึงใช้วิธีเดียวกันบ้าง แต่กลับทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงกับปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "เอคโค่ แชมเบอร์" หรือ "ห้องเสียงสะท้อน" ปรากฏการณ์นี้เป็นอย่างไร ติดตามได้จากรายงานพิเศษ

เมื่อกลุ่มการเมืองบางกลุ่มบางฝ่ายชิงจังหวะใช้โซเชียลมีเดียมาเป็นอาวุธห้้ำหั่นฝ่ายตรงข้ามท่ามกลางสมรภูมิการต่อสู้ทั้งโลกจริงและโลกเสมือนอยางดุเดือดเลือดพล่านเพื่อให้ได้อำนาจรัฐ/ ทำให้เกิดภาวะการปล่อยข้อมูลข่าวสารตัดตอนแบบตอกย้ำเพื่อสร้างความนิยมให้ตัวเองและขณะเดียวกันก็ทำลายคู่แข่งทางการเมืองไปด้วยในตัวรวมทั้งปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลข่าวสารด้านอื่นๆ ของกลุ่มเป้าหมายอีกต่างหาก /ปรากฏการณ์นี้ในทางวิชาการเรียกว่า "เอคโค่ แชมเบอร์" หรือ"ห้องเสียงสะท้อน"



พันธุ์ศักดิ์ อาภาขจร นักวิชาการด้านเทคโนโลยีสื่อสาร อธิบายว่ามีปัจจัยในการสื่อสารหลักๆ เพียงไม่กี่ข้อที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์"ห้องเสียงสะท้อน" / เริ่มจากการสร้างเนื้อหา หรือ คอนเทนท์เพื่อสื่อสารกับคนในกลุ่มเป้าหมาย / เมื่อได้เนื้อหาที่ต้องการก็ส่งออกไปตามช่องทางสื่อออนไลน์ จากนั้นก็นำ "ระบบอัลกอรึทึม"ที่จัดทำขึ้นมาเข้าไปคัดแยกเพื่อส่งสารให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย /เมื่อผู้รับข่าวสารเข้ามากดไลค์ แชร์ หรือแสดงความเห็น "ระบบอัลกอรึทึม"ก็จะทำหน้าที่เหมือน "ตะกร้าคัดกรอง" พร้อมแบ่งแยกกลุ่มบุคคลที่"เห็นด้วย" และ "เห็นต่าง" ออกจากกันทันที

 

 

"ระบบระบบอัลกอรึทึม ทำให้เกิดการแบ่งขั้วกันเนื่องจากระบบนี้ จะมีการแบ่งแยกความคิดเห็นของคนแต่ละกลุ่มออกจากกันอย่างชัดเจนทำให้กลุ่มการเมืองมองเห็นถึงความสำคัญและอาศัยความได้เปรียบจุดนี้ไปใช้ในทางการเมือง ซึ่งจริงแล้วระบบระบบอัลกอรึทึม มักจะใช้ในด้านการตลาดธุรกิจมากกว่าและการจัดทำระบบระบบอัลกอรึทึม จะมีกลุ่มบุคคลที่แยกออกเป็นทีมเฉพาะ //สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ ก็คือ การวิเคราะห์ แยกแยะและบริโภคสื่อด้วยความรู้เท่าทัน เพราะข้อมูลจำนวนไม่น้อยสามารถสร้างความเกลียดชังได้โดยในทางกลับกันอาจเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของเทคโนโลยีและพฤติกรรมของมนุษย์ที่ต้องเรียนรู้ตามยุคตามสมัยและต้องปรับตัวเพื่ออยู่กับเทคโนโลยีเหล่านี้"

 


แน่นอนว่า เมื่อมีการแบ่งแยกกลุ่มคน "เห็นด้วย" และ"เห็นต่าง" ออกจากกัน /ก็จะมีการส่งข้อมูลเพื่อสร้างความเชื่อตอกย้ำให้กับกลุ่มเป้าหมายจนเกิดการรับรู้ที่มีความลำเอียงทางข้อมูล หรือทีเรียกว่า "ConfirmationBias" (คอน-เฟอ-เม-ชั่น-ไบ-แอดส์) ของผู้ที่ได้รับข่าวสาร /และนำไปสู่การปิดประตูกั้นข้อมูล หรือที่เรียกว่า "FilterBubble" จากแหล่งข้อมูลอื่น / โดยคนที่จะมาตอกตะปูซ้ำก็คือกลุ่มที่เรียกว่า ผู้สนับสนุน หรือ "Back Up"

 


"จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยแสดนฟอร์ด เมื่อปี 2016 พบว่านักเรียนระดับมัธยมจนถึงระดับนักศึกษามหาวิทยาลัยไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างเนื้อหาข่าวกับเนื้อหาที่มาจากจากสปอนเซอร์หลักฐานจากแหล่งข่าวหรือแม้แต่การประเมินข้ออ้างต่างๆบนสื่อสังคมออนไลน์ได้ ซึ่งหมายความว่าเยาวชนจำนวนมากยังไม่มีความพร้อมในการตั้งคำถามถึงที่มา ความเที่ยงตรง รวมทั้งคุณภาพ ของข่าวสารบนโลกออนไลน์ได้  นอกจากนี้ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "FilterBubble" ที่กลุ่มคนปฏิเสธการรับชุดข้อมูลที่แตกต่างจากความเชื่อของตัวเองยังทำให้เกิดความโกรธแค้นของผู้ใช้โซเชียลมีเดียจนนำไปสู่ความแตกแยกของสังคม"

 

ปรากฏการณ์ "ห้องเสียงสะท้อน" ซึ่งนำมาสู่สภาวะ"ความลำเอียงทางข้อมูล" และนำไปสู่การปฏิเสธรับฟังความเห็นที่แตกต่าง /คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในสังคมไซเบอร์บ้านเรา / คำถามก็คือเราจะปล่อยให้ปรากฏการณ์ลักษณะนี้เดินต่อไปถึงไหนเพราะมันคือ "ระเบิดเวลา"ที่กำลังนับถอยหลังไปสู่ความขัดแย้งครั้งใหญ่และอาจบานปลายกลายเป็นความรุนแรง

ปรากฏการณ์ "ห้องเสียงสะท้อน" ซึ่งนำมาสู่สภาวะ "ความลำเอียงทางข้อมูล" และนำไปสู่การปฏิเสธรับฟังความเห็นที่แตกต่าง / คือสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในสังคมไซเบอร์บ้านเรา / คำถามก็คือเราจะปล่อยให้ปรากฏการณ์ลักษณะนี้เดินต่อไปถึงไหน เพราะมันคือ "ระเบิดเวลา" ที่กำลังนับถอยหลังไปสู่ความขัดแย้งครั้งใหญ่และอาจบานปลายกลายเป็นความรุนแรง

ข่าวล่าสุด