(23 สิงหาคม 2563) ดร.รยุศด์ บุญทัน ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสามัคคีไทย กล่าวว่า จากการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ที่มาพร้อมกับข้อเรียกร้องต่างๆ ซึ่งมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย และเห็นต่าง ทำให้สังคมแบ่งแยกความคิดออกเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน ตนจึงอยากให้สังคม ผู้มีอำนาจ และรัฐบาล เปิดพื้นที่รับฟังอย่างกว้างขวาง มีเหตุมีผล เพื่อให้พื้นที่ความเห็นต่างของคนรุ่นใหม่นี้ ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดคุย เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนา ขับเคลื่อน และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นให้กับประเทศ มากกว่าจะเป็นชนวนสร้างความขัดแย้งขึ้นมารอบใหม่ดร.รยุศด์ กล่าวต่อว่า อดีตที่ผ่านมาประเทศบอบช้ำและสูญเสียโอกาสในการพัฒนา เพราะด้วยวงจรอุบาทว์และวงจรความขัดแย้งที่มีขึ้นไม่รู้จบ แบ่งแยกคนและประเทศเป็นสีต่างๆ เมื่อความขัดแย้งรุนแรงบานปลายรุนแรงขึ้น ก็เป็นสาเหตุทำให้กองทัพใช้เป็นข้ออ้างทำรัฐประหาร แม้จะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แต่ก็เป็นเพียงเครื่องมือในการสร้างความชอบธรรมเพื่อสืบทอดอำนาจเท่านั้น ทั้งนี้จากวิกฤตการณ์การเมืองในอดีตที่เคยเกิดขึ้น ตนอยากให้สังคม และผู้มีอำนาจได้เข้าใจถึงปรากฎการณ์การชุมนุมที่กำลังเกิดขึ้น หากไม่สามารถบริหารจัดการ และถอดบทเรียนได้ วิกฤตรอบใหม่อาจจะใหญ่ และรุนแรงกว่าเดิม ด้วยข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมที่มาไกล และเกี่ยวพันกับสิ่งที่ไม่เคยถูกพูดถึงมาก่อน อีกทั้งบริบททางสังคมปัจจุบันที่คนรุ่นใหม่มีความสนใจ และตื่นตัวกับปัญหาบ้านเมืองมากขึ้น รัฐบาลและนักการเมืองเองก็ไม่อาจเป็นความหวังของสังคมและประชาชนได้ การชุมนุมของกลุ่มคนรุ่นใหม่ครั้งนี้ นอกจากพวกเขาต้องการเห็นอนาคตที่ดีขึ้น แต่ยังได้แสดงให้เห็นถึงความกล้าท้าทายขนบทำเนียม และวิถีการชุมนุมแบบเดิมๆที่เคยมี พร้อมกับการใช้สื่อโซเชียลมีเดียเป็นพลัง และแรงขับเคลื่อนสร้างแนวร่วมได้อย่างกว้างขวาง ถือเป็นก้าวใหม่ในประวัติศาสตร์การชุมนุมทางการเมืองของไทย