เนชั่นทีวี

ข่าว

คน พฐ.แจง "ธนสิทธิ" จำวันผิด

22 ส.ค. 2563 | pakorn_pue

คน พฐ.แจง "ธนสิทธิ" จำวันผิด

ยังไม่จบ? "คน พฐ." แจง "ธนสิทธิ" น่าจะจำวันผิด ปมโดนอดีตผู้บังคับบัญชากดดันเปลี่ยนคำให้การเรื่องความเร็วรถบอส หลัง "บิ๊กอ๊อด" โชว์หลักฐานไปสวิสฯจริง อ้างเหตุการณ์เกิดมาหลายปีแล้ว ซ้ำไม่ยอมให้ใครช่วยอ่านรายงานเพื่อปิดช่องโหว่

หลังจาก "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าชี้แจงคณะกรรมการตรวจสอบชุด นายวิชา มหาคุณ โดยนำหลักฐานการเดินทางไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์เพื่อลงคะแนนเลือกประธานฟีฟ่ามาโชว์ ซึ่งช่วงที่เดินทางไป อยู่ระหวางวันที่ 25-27 กุมภาพันธ์ 2559 ซึ่งเป็นช่วงที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ แตงจั่น ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน อ้างว่า พล.ต.อ.สมยศ พา ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ไปที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อบรรยายเรื่องวิธีคำนวณความเร็วรถของนายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา เพื่อกดดันโน้มน้าวให้เปลี่ยนคำให้การ จากที่อ้างความเร็ว 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือไม่ถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้น

ล่าสุด "เนชั่นทีวี" ได้พยายามติดต่อไปยัง พ.ต.อ.ธนสิทธิ เพื่อสอบถามเรื่องนี้ แต่ไม่สามารถติดต่อได้

ขณะที่แหล่งข่าวซึ่งเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูงจากกองพิสูจน์หลักฐาน ให้ข้อมูลกับ "เนชั่นทีวี" ว่า ได้สอบถามเรื่องที่เกิดขี้นกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานแล้ว ได้ความว่า พ.ต.อ.ธนสิทธิ น่าจะจำวันผิด เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายปีแล้ว ประกอบกับการทำรายงานชี้แจงไปยังคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ รวมถึงคณะกรรมการตรวจสอบชุด นายวิชา มหาคุณ นั้น พ.ต.อ.ธนสิทธิ ก็ไม่ยอมให้ใครช่วยตรวจสอบหรือพิจารณารายละเอียด ทำให้ไม่มีใครเห็นตัวรายงาน กระทั่งมีความผิดพลาดในการอ้างวัน-เวลา

อดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูงจากกองพิสูจน์หลักฐาน บอกด้วยว่า สาเหตุที่ออกมาให้ข้อมูลเรื่องนี้ ไม่ใช่เพื่อปกป้อง พ.ต.อ.ธนสิทธิ เพราะถึงอย่างไร พ.ต.อ.นสิทธิ ก็มีความผิดอยู่ดี เนื่องจากยอมเปลี่ยนแปลงคำให้การเรื่องความเร็ว การอ้างว่าถูกกดดัน ไม่ใช่ข้อแก้ตัวที่ฟังขึ้น เพราะที่ผ่านมาก็มีนายตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานหลายคนถูกกดดันหรือถูกสั่งให้กระทำให้สิ่งที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ไม่ยอมทำตาม ซึ่งผู้มีอำนาจก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการสั่งย้ายไปประจำเท่านั้น ฉะนั้นเรื่องนี้ พ.ต.อ.ธนสิทธิ ก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัดสินใจลงไป

แต่ประเด็นที่กำลังพลจากกองพิสูจน์หลักฐานกำลังจับตามองกันอย่างมากก็คือ ขนาดเกิดวิกฤติระดับนี้ แต่อดีตผู้บังคับบัญชาที่อยู่ในเหตุการณ์ ซึ่งวันนี้ยังไม่เกษียณอายุราชการ กลับไม่ออกมาปกป้องดูแลลูกน้อง กลับปล่อยให้ลูกน้องเผชิญชะตากรรมตามลำพัง

ข่าวล่าสุด