(22 สิงหาคม 2563) นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียรส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ใน กมธ.ร่างพ.ร.บ.งบประมาณร่ายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 แถลงเมื่อวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา ว่า ในการประชุมอนุ กมธ.ซึ่งพิจารณาของหน่วยงานกองทัพเรือ โดยมีประเด็นสำคัญ คือ การเสนอของบประมาณเพื่อจัดซื้อเรือดำน้ำ จำนวน 2 ลำ มูลค่าลำละ 11,250 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 22,500 ล้านบาท
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของกองทัพเรือที่มาชี้แจงยืนยันว่า จะต้องจัดซื้อเรือดำน้ำภายในปีงบประมาณ 2564 เพื่อความมั่นคงทางทะเล อย่างไรก็ตาม อนุกมธ.ในส่วนของพรรคฝ่ายค้าน โต้แย้งและขอให้จัดซื้อในงบประมาณปีถัดไป เพราะขณะนี้ประชาชนมีภาวะยากลำบากจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ทางกองทัพเรือยืนยันต้องจัดซื้อ ซึ่งการจัดซื้อเรือดำน้ำดังกล่าวในปี 2563 ไม่สามารถทำได้ เพราะรัฐบาลของบคืนเพื่อไปแก้ปัญหาโควิด-19
"ในการชี้แจงของหน่วยงาน ได้นำเอ็มโอยูที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ลงนามเมื่อการจัดซื้อเรือดำนำลำแรก มาแสดงต่อที่ประชุม ขณะที่การจัดซื้อลำที่ 2 และลำที่ 3 ที่เสนอขอไม่มีรายละเอียดใดๆ ซึ่งการพิจารณาทาง กมธ. ทั้ง 10 คน ต้องลงมติเพื่อตัดสิน ผลปรากฎว่าอนุกมธ. ที่มาจากฟากฝ่ายค้านแพ้" นายยุทธพงศ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในการลงมตินั้น เสียงเห็นด้วยให้จัดซื้อมี 4 เสียง ประกอบด้วย นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นางกรณิต งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กรุงเทพ พรรคพลังประชารัฐ และนายชยุต ภุมมะกาญจนะ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย
ส่วนเสียงไม่เห็นด้วยในตัวแทนฝ่ายค้าน 4 เสียง ประกอบด้วย นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย และตน นพ.เรวัต วิศรุตเวช สมาชิกพรรคเสรีรวมไทย และน.ส.วรรณวลี ตะล่อมสิน ส.ส.กรุงเทพ พรรคก้าวไกล
ทำให้นายสุพล ฟองงามส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานอนุ กมธ. ต้องลงคะแนนเพื่อตัดสิน ทำให้เสียงเห็นด้วยให้ซื้อชนะไป ซึ่งตนขอฟ้องประชาชนให้ติดตามการจัดซื้อเรือดำน้ำที่ไม่มีความจำเป็น แต่ต้องซื้อในภาวะที่ประชาชนมีชีวิตยากลำบาก
ขณะที่นายครูมานิตย์ ในฐานะอนุกมธ. แถลงว่า อนุกมธ. เสียงข้างน้อย จะสงวนความเห็นเพื่อไปพิจารณาในวาระสองต่อไป อย่างไรก็ตาม อนุกมธ.ฝ่ายค้าน ไม่ใช่ไม่เห็นด้วยให้จัดซื้อ แต่ในสถานการณ์ภาวะประเทศมีวิกฤตควรชะลอไปก่อน หากสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว จะซื้อ 4-5 ลำ ย่อมทำได้เพื่อความมั่นคงทางการทหาร
--- จบ ---