เนชั่นทีวี

ข่าว

40 จังหวัด รับมือน้ำท่วมฉับพลัน -น้ำป่าไหลหลาก 22 - 23 ส.ค.63

22 ส.ค. 2563 | pantipa_jit

40 จังหวัด รับมือน้ำท่วมฉับพลัน -น้ำป่าไหลหลาก 22 - 23 ส.ค.63

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 40 จังหวัดภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในช่วงวันที่ 22 23 สิงหาคม 2563 โดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศ ปริมาณฝน ระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด

นายชยพล ธิติศักดิ์อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทา  สาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.)โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ได้ติดตามสภาพอากาศและปริมาณฝนสะสมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนบนและประเทศไทย 
ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.)โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) จึงได้ประสาน 40 จังหวัด ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในช่วงวันที่ 22 23 สิงหาคม 2563 ดังนี้ ภาคเหนือ 17 จังหวัด 




ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปางพะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์นครสวรรค์ และอุทัยธานีภาค

ตะวันออกเฉียงเหนือ 12 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองบัวลำภูอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา กาฬสินธุ์และมุกดาหาร 

ภาคกลาง 6 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรีลพบุรี สระบุรี ชัยนาท นครนายก 

ภาคตะวันออก 5 จังหวัด ได้แก่ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราดรวมถึงสั่งการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าวโดยจัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศปริมาณฝน

พร้อมวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและแนวโน้มสถานการณ์ภัยต่อเนื่องตลอด24 ชั่วโมง จัดชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤต (ERT) รถปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีอีกทั้งประสานหน่วยงานในพื้นที่ อำเภอองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสร้างการรับรู้และแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบสถานการณ์ภัยและแนวทางการปฏิบัติตนอย่างปลอดภัยผ่านทุกช่องทาง 



สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ทางสายด่วนนิรภัย1784ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

ข่าวล่าสุด