เนชั่นทีวี

ข่าว

ห่วงม็อบเยาวชนปลดแอกซ้ำรอย 14 ตุลา

21 ส.ค. 2563 | jitima_chum

ห่วงม็อบเยาวชนปลดแอกซ้ำรอย 14 ตุลา

นครราชสีมา - อดีตเลขาธิการหอการค้าอีสาน ห่วงม็อบเยาวชนปลดแอกซ้ำรอย 14 ตุลา ชี้รัฐบาลเจอศึกหนักไม่ใข่แค่การเมืองมีทั้งเศรษฐกิจและโรคระบาด แนะรัฐบาลใช้แนวทาง "ประเวศ วะสี" เป็นทางออก

วันนี้ (21 สิงหาคม 2563) นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ อดีตเลขาธิการหอการค้าภาคอีสาน และนักวิชาการอิสระ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ว่า เรื่องการตู่สู้ระหว่างนักศึกษากับรัฐบาลนั้น มีมาตั้งแต่ปี 2519 ซึ่งนักศึกษาต่อสู้ประท้วงการเดินทางกลับประเทศของจอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกรัฐมนตรีขณะนั้น จนทำให้เกิดเหตุการสังหารหมู่นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2519 หลังจากนั้นก็เกิดม็อบต่าง ๆ ที่ไม่ใช่นักศึกษาขึ้นมาอีกหลายครั้ง เช่น ในปี 2535 ม็อบมหาจำลอง, ปี 2557 ม็อบ กปปส. ซึ่งที่ผ่านมามีระยะห่างกัน 16 ปี และ 22 ปี ตามลำดับ 



ห่วงม็อบเยาวชนปลดแอกซ้ำรอย 14 ตุลา






แต่ครั้งนี้เป็นม็อบนักเรียน นักศึกษา ซึ่งเกิดขึ้นในปี 2563 ห่างจากปี 2557 เพียง 6 ปีเท่านั้น ถือว่าเร็วเกินความคาดหมาย ซึ่งม็อบเยาวชนปลดแอกครั้งนี้ไม่เหมือนกับม็อบที่ผ่านมา เพราะไม่มีการปักหลักประท้วงยาวเหมือนในอดีต แต่เป็นม็อบชั่วคราวที่กระจายตัวไปตามจุดต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยอาศัยการนัดแนะทางสื่อโซเชียลเพื่อมารวมกลุ่มกัน และมีนักเรียน นักศึกษา เป็นกลุ่มหลัก อีกทั้งครั้งนี้ไม่ใช่มีเฉพาะประเด็นการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่มีประเด็นเศรษฐกิจและโรคระบาดตามมาอีกด้วย จึงถือว่ารัฐบาลเจอศึกหนักมาก

และจากม็อบเยาวชนปลดแอกครั้งนี้ ก็ทำให้คนไทยแตกออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่ม กปปส.ที่เห็นด้วยกับม็อบเยาวชนปลดแอก 100%, 2.กลุ่ม กปปส.ที่ไม่เห็นด้วยกับม็อบปลดแอก ซึ่งสนับสนุนรัฐบาล และ 3.กลุ่มประชาชนที่เห็นด้วยกับม็อบเยาวชนปลดแอก แต่ไม่อยากให้ไปยุ่งกับสถาบัน ส่วนที่ไม่ได้พูดถึงกลุ่มเสื้อแดงหรือ นปช.นั้น เพราะตอนนี้อ่อนกำลังสลายตัวไปหมดแล้ว




ห่วงม็อบเยาวชนปลดแอกซ้ำรอย 14 ตุลา






ที่น่าแปลกใจคือครั้งนี้มีกลุ่มเยาวชนที่อายุน้อย ๆ กำลังเรียนอยู่ในระดับมัธยมต้น มัธยมปลายรวมอยู่กับม็อบเยาวชนปลดแอกด้วยเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ไทยเลย เพราะในอดีตเราจะมองว่าเด็กรุ่นนี้ไม่ค่อยรู้เรื่องการเมืองเลย แต่ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีการสื่อสาร และสื่อโซเชียล ทำให้พวกเขาเหล่านี้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ  ได้อย่างรวดเร็วเพียงขยับนิ้วโป้ง ทำให้เด็กเหล่านี้ซึมซับเรื่องราวทางการเมืองได้อย่างลึกซึ้ง สังเกตได้จากการขึ้นไปพูดบนเวที แต่ละคนมีข้อมูลที่ลึกซึ้ง แม่นยำ จนคนฟังอึ้งไม่คิดว่าเด็กรุ่นนี้จะเข้าใจได้

ที่สำคัญหลายคนก็มองว่าการประท้วงของเด็ก ๆ เป็นพลังบริสุทธิ์ ไม่ได้หวังตำแหน่งทางการเมืองเหมือนการประท้วงที่ผ่านมา คนที่เป็นแกนนำก็เป็นคนหน้าใหม่ๆ ดังนั้นการรับมือม็อบในครั้งนี้ ถ้าใช้วิธีเดิม ๆ คือการใช้ความรุนแรงสลายม็อบที่มีเด็ก ๆ มัธยมอยู่เป็นจำนวนมาก จะทำให้ชาวโลกมองเราไม่ดี นักธุรกิจ นักลงทุนไม่ยอมแน่นอน






ซึ่งทางออกที่ดีที่สุดขณะนี้ ตนขอสนับสนุนตามแนวทาง 3 ข้อ ของ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ราชบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คือ 1.ให้รัฐบาลร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรจัดรัฐพิธีขอขมาประเทศไทย เพราะสังคมไทยนั้นเมื่อมีการกระทบกระทั่งกัน แต่มีการขอโทษ ขอขมากันแล้ว ก็ย่อมให้อภัยกันได้ 2.ให้มีการจัดประชุมสมัชชาประชาธิปไตย ที่เป็นตัวแทนของทุกภาคส่วนในสังคม และ 3.ยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่โดยปวงชนชาวไทย ซึ่งรายละเอียดข้อเสนอ 3 ข้อนี้ ศ.นพ.ประเวศฯ ได้อธิบายไว้อย่างละเอียดตามสื่อต่าง ๆ แล้ว และตนคิดว่าแนวทางนี้จะพลิกวิกฤติเป็นโอกาสดีที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้.

ข่าวล่าสุด