เมื่อเวลา 08.00 น. นายณัฐศักดิ์ ชัยชนะ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายบมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอส) เป็นตัวแทนเดินทางมายื่นหนังสือให้กับนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่มีนายกิตติกร ตันเปาว์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. และรักษาการรองผู้ว่าการ รฟม. (วิศวกรรมและก่อสร้าง) เป็นประธานคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36
นายณัฐศักดิ์ กล่าวว่า การเข้ายื่นหนังสือวันนี้ เนื่องจากได้รับทราบข่าวว่ามีผู้ซื้อซองประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มบางรายได้ทำหนังสือขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขประมูล ทางบีทีเอส ซึ่งเป็นผู้ซื้อซองประมูลด้วยเช่นกัน จึงไม่เห็นด้วยที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการประมูล จึงได้มายื่นหนังสือ เพื่อแสดงจุดยืน
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่า หากการพิจารณาของคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 ในวันนี้ มีมติการเปลี่ยนแปลงเงิ่อนไขหลักเกณฑ์การประมูลจริง จะมีการฟ้องร้องหรือไม่ นายณัฐศักดิ์ กล่าวว่า คงต้องกลับมาพิจารณาว่าจะดำเนินการใดต่อไป เพราะมีผู้ซื้อซองหลายรายในโครงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มหลายอื่นด้วยว่าจะมีมาตรการอย่างไร และสามารถดำเนินการใดได้บ้าง
สำหรับรายละเอียดในหนังสือที่บีทีเอสยื่นครั้งนี้ ระบุว่า ด้วยได้ทราบข่าวว่ามีผู้ซื้อเอกสารข้อเสนอการร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี รายหนึ่งได้ทำหนังสือเพื่อให้มีการพิจารณาปรับเปลี่ยนการประเมินและเปรียบเทียบข้อเสนอเกี่ยวกับผู้ที่จะได้รับการประเมินให้เป็นผู้ชนะการคัดเลือก โดยเสนอว่าไม่ควรพิจารณาให้ผู้ที่เสนอผลประโยชน์ทางการเงินสูงสุดเป็นผู้ชนะการคัดเลือก แต่ควรพิจารณาปัจจัยและผลประโยชน์อื่นๆ เช่น ข้อเสนอด้านเทคนิคร่วมด้วย จึงใคร่ขอเรียนถามรฟม.ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เนื่องจากหากเป็นความจริง บริษัทฯเห็นว่าถ้ามีการปรับเปลี่ยนวิธีการประเมินข้อเสนอดังกล่าว จะถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นสาระสำคัญ และไม่เคยมีการดำเนินการในลักษณะนี้กับโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างรัฐและภาคเอกชนมาก่อน
นอกจากนี้ บริษัทเห็นว่าผู้ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอในโครงการนี้ได้ ตะต้องผ่านเกณฑ์ด้านต่างๆของรฟม. ซึ่งจะต้องเป็นบริษัทหรือกลุ่มบริษัทที่มีศักยภาพและความเป็นไปได้ในการดำเนินงานสูง ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่บริษัทที่ผ่านเกณฑ์จะไม่ทำตามข้อเสนอที่ได้ยื่นต่อรฟม. อีกทั้งบริษัทที่ยื่นข้อเสนอยังต้องมีภาระรับผิดชอบค้ำประกันต่อ รฟม. ด้วย
ที่สำคัญการพิจารณาผู้ขนะการคัดเลือกโดยใข้ข้อเสนอทางเทคนิค ทั้งๆที่ได้มีการพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ขนะการคัดเลือกมาแล้ว จะเป็นช่องทางที่ส่อไปในทางไม่สุจริต ไม่เป็นธรรม หรืออาจเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดได้ การพิจารณาผู้เสนอผลประโยชน์ทางการเงินสูงสุดให้กับรัฐให้เป็นผู้ชนะการประมูล จึงจะเป็นการก่อประโยชน์สูงสุดแก่รัฐโดยแท้ และมีความโปร่งใสเป็นธรรมมากที่สุด บริษัทฯจึงเห็นว่าเป็นการไม่สมควรถ้าหากจะมีการปรับแก้วิธีการการประเมินข้อเสนอดังกล่าว