เนชั่นทีวี

ข่าว

ครบรอบ 20 ปี "สนง.ศาลยุติธรรม" มุ่งมั่นสู่ "ดิจิตอลคอร์ท"

20 ส.ค. 2563 | somsakul_sai

ครบรอบ 20 ปี "สนง.ศาลยุติธรรม" มุ่งมั่นสู่ "ดิจิตอลคอร์ท"

20 ปี สนง.ศาลยุติธรรม มุ่งมั่น สนับสนุนงานศาล สู่ D - Court สร้างโครงข่าย Blockchain แบบติดตั้งในหน่วยงานใช้แห่งแรกในโลก เก็บข้อมูลออนไลน์ศาลทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2563นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่าเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2543 ศาลยุติธรรมแยกเป็นอิสระจากกระทรวงยุติธรรม และได้จัดตั้งสำนักงานศาลยุติธรรมขึ้นเพื่อดำเนินงานด้านธุรการ งานส่งเสริมตุลาการ งานวิชาการ สนับสนุนความเป็นเลิศในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ศาลยุติธรรม เพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นไปโดยสะดวก รวดเร็ว สร้างความเป็นธรรมให้แก่สังคม นับถึงวันนี้ (20 สิงหาคม 2563) สำนักงานศาลยุติธรรมจึงดำเนินงานมาครบ 20 ปี

ครบรอบ 20 ปี "สนง.ศาลยุติธรรม" มุ่งมั่นสู่ "ดิจิตอลคอร์ท"


ในโอกาสนี้จึงมีการจัดกิจกรรมครบรอบ 20 ปี สำนักงานศาลยุติธรรมขึ้นอย่างเรียบง่าย สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเมื่อเวลา 07.00 น. นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นประธานในพิธีสงฆ์ ถวายปิ่นโตภัตตาหารและจตุปัจจัยไทยธรรม แด่เจ้าอาวาสวัดสิริกมลาวาส พร้อมคณะสงฆ์อีก 9 รูป ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักงานศาลยุติธรรม อาคารศาลอาญา ชั้น 12

ครบรอบ 20 ปี "สนง.ศาลยุติธรรม" มุ่งมั่นสู่ "ดิจิตอลคอร์ท"


จากนั้นเวลา 08.00 น. เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นประธานมอบรางวัลการแข่งขันนวัตกรรมการบริหารคดีและนวัตกรรมการบริการของหน่วยงานภายในศาลยุติธรรมตามระเบียบของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมที่มุ่งเน้นให้บุคลากรภายในสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อใช้ในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยผลการแข่งขันมีดังนี้ รางวัลด้านนวัตกรรมการบริหารคดี ได้แก่ "ระบบบันทึกการปิดหมายด้วยแผนที่ภาพถ่ายดาวเทียมและพิกัด GPS" ของศาลจังหวัดเบตง รางวัลชมเชย ได้แก่ "โปรแกรมระบบปฏิบัติงานศูนย์ไกล่เกลี่ย" ของศาลจังหวัดเดชอุดมและ"ระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร Management Information Systems (MIS) for Executiveผ่าน Application บนมือถือ" ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 รางวัลด้านนวัตกรรมการบริการ ได้แก่ "ระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะด้วยบัตรประชาชนใบเดียว" ของคณะทำงานบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีดิจิทัลของศาลยุติธรรมประจำจังหวัดกาญจนบุรี รางวัลชมเชย ได้แก่ "โปรแกรมจัดทำบัญชีค่าฤชาธรรมเนียมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์"ของศาลจังหวัดนครราชสีมา

ครบรอบ 20 ปี "สนง.ศาลยุติธรรม" มุ่งมั่นสู่ "ดิจิตอลคอร์ท"

จากนั้น มีการมอบรางวัลการประกวดภาพยนตร์สั้นหัวข้อ "สิทธิและหน้าที่ของผู้ต้องหาและจำเลยในการขอปล่อยชั่วคราว" ซึ่งเป็นกิจกรรมส่งเสริมให้เยาวชน และประชาชนทั่วไป มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่การปล่อยชั่วคราว และสนับสนุนให้การบังคับคดีผู้ประกันของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายวิทยา ทองอยู่ยง ผู้กำกับภาพยนตร์ นางสาวอมราพร แผ่นดินทอง นักเขียนบทและอาจารย์สอนเขียนบทภาพยนตร์ และนายสุพจน์ พงษ์พรรณเจริญ พิธีกรและนักแสดง ร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน โดยมีทีมที่ได้รับรางวัลประกอบด้วย

ครบรอบ 20 ปี "สนง.ศาลยุติธรรม" มุ่งมั่นสู่ "ดิจิตอลคอร์ท"


ประเภทมัธยมศึกษา รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน "โอกาส ?" ทีม Mind Bro Production จากโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ๒ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน "ผมไม่ใช่แพะ" ทีม SJ PRODUCTIONจากโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน "สิทธิของเราใช้ซะ" ทีม Blurfilmproductions จากโรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย รางวัลชมเชย ได้แก่ ผลงาน "แพะรับบาป..." ทีม สกัดดาวรุ่ง (S.K.D)จากโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา พุทธมณฑล และผลงาน "ผู้ต้องหาที่ถูกทอดทิ้ง" ทีม ToSchool จากโรงเรียนมัธยมวัดสิงห์

ครบรอบ 20 ปี "สนง.ศาลยุติธรรม" มุ่งมั่นสู่ "ดิจิตอลคอร์ท"

ประเภทระดับอุดมศึกษา ไม่มีผู้ใดได้รับรางวัลชนะเลิศ ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน "The choice ทางเลือกสีเทา" ทีม HOLOLO จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน "ออย ผู้บริสุทธิ์" ทีม 43KY Studioจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น รางวัลชมเชย ได้แก่ ผลงาน "ความยุติธรรมรากหญ้า" ทีม THE MOONจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยรังสิต

ครบรอบ 20 ปี "สนง.ศาลยุติธรรม" มุ่งมั่นสู่ "ดิจิตอลคอร์ท"


ประเภทประชาชนทั่วไป รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงาน "คืนความยุติธรรม" ทีม สังกะลี, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ผลงาน "FLY" ทีม ACTITEM, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ผลงาน "แม่" ทีม Insign film, รางวัลชมเชย ได้แก่ ผลงาน "อิสรภาพใบเดียว" ทีม ดรีมทีม พิคเจอร์ และผลงาน "คนขับแท็กซี่" ทีม ราหูฟิล์ม, รางวัล popular vote ได้แก่ ผลงาน "The number" ทีม สิบหมื่นจากโรงเรียนดรุณสิกขาลัย (โครงการ วมว.) และโรงเรียนสตรีวิทยา

ครบรอบ 20 ปี "สนง.ศาลยุติธรรม" มุ่งมั่นสู่ "ดิจิตอลคอร์ท"


นอกจากนี้ ในวันที่ 20 และ 28 สิงหาคม 2563 สำนักงานศาลยุติธรรมยังได้จัดกิจกรรมแข่งขันตอบปัญหากฎหมายออนไลน์ทั่วประเทศ ทั้งในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรี) เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับกฎหมายและสิทธิขั้นพื้นฐานต่าง ๆ อีกด้วย

ครบรอบ 20 ปี "สนง.ศาลยุติธรรม" มุ่งมั่นสู่ "ดิจิตอลคอร์ท"

โฆษกศาลยุติธรรม ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา สำนักงานศาลยุติธรรมมีการพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังตั้งเป้าหมายการขับเคลื่อนให้ศาลยุติธรรมเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Court ในปี ค.ศ. 2020 นี้ โดยยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานให้เป็นสากล ด้วยการพัฒนาทั้งบุคลากรและเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ ด้านเทคโนโลยีเรากำลังเร่งพัฒนาการสร้างระบบบล็อกเชน (Blockchain) แบบ On premise คือระบบติดตั้งในหน่วยงานที่เป็นลักษณะโครงข่าย เพื่อเก็บข้อมูลออนไลน์ของศาลทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินงานไปแล้ว 91 % โดยศาลยุติธรรมไทยถือเป็นหน่วยงานราชการแห่งแรกของโลกที่ใช้ระบบนี้ โดยขั้นตอนต่อไปคือเตรียมการฝึกอบรมบุคลากร และเจ้าหน้าที่ศาลที่จะมาเป็นแอดมิน (Admin) และผู้ใช้งาน ทั้งนี้ คาดว่าระบบบล็อกเชน (Blockchain) น่าจะเริ่มใช้งานได้ในปี 2564 นอกจากนี้ในระบบออนไลน์ที่เราได้ดำเนินการสำเร็จแล้ว เตรียมจะเปิดตัวภายในเร็ว ๆ นี้ก็คือการชำระค่าคัดถ่ายเอกสาร ค่าส่งคำคู่ความ ค่าเอกสารรับรองคดี รวมถึงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ผ่านระบบที่สะดวกแก่ประชาชนทั่วไป เช่น ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส เพื่อให้การใช้บริการศาลยุติธรรมผ่านระบบออนไลน์มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น ส่วนการดำเนินโครงการจัดให้มีระบบไบโอเมทริกซ์ ใช้การสแกนม่านตา (Iris code) เพื่อคัดกรองและยืนยันตัวบุคคลในคดีนั้น ได้เริ่มดำเนินการแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการด้านงบประมาณ

ครบรอบ 20 ปี "สนง.ศาลยุติธรรม" มุ่งมั่นสู่ "ดิจิตอลคอร์ท"

อย่างไรก็ดีในส่วนของระบบที่ได้มีการจัดทำและพัฒนาไปแล้วคือ ระบบซีออส (CIOS) ที่ให้ความสะดวกแก่คู่ความและทนายความในการติดตามสำนวนและคัดถ่ายเอกสารผ่านทางระบบออนไลน์ 24 ชั่วโมงนั้น ปัจจุบันมีผู้ลงทะเบียนเข้าใช้ (Users) จำนวน 24,743 ราย นอกจากนี้ ในช่วงของสถานการณ์โควิด - 19 ที่ส่งผลให้ประชาชนทั่วไปต้องปรับวิถีการดำเนินชีวิตแบบใหม่ หรือ New Normal ในส่วนของศาลยุติธรรมได้นําระบบไกล่เกลี่ยออนไลน์มาใช้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก รวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และปลอดภัยจากสถานการณ์การแพร่กระจายของไวรัสโควิด - 19 ด้วย ซึ่งนับตั้งแต่เดือน ก.พ. - ส.ค. 63 ที่ผ่านมา ยอดรวมคดีที่เข้าสู่ระบบดังกล่าวในศาล 215 แห่ง ทั้งสิ้น 17,958 คดี ซึ่งไกล่เกลี่ยสำเร็จ 10,362 คดีไม่สำเร็จเพียง 906 คดี "ปีนี้ในส่วนของศาลยุติธรรมครบรอบ 138 ปี ไปเมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา ในช่วง 20 ปีหลังจากที่สำนักงานศาลยุติธรรมจะถูกจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ได้มีบทบาทสำคัญในการรับนโยบายของประธานศาลฎีกา มาปฏิบัติเพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของฝ่ายตุลาการในการพิจารณาพิพากษาคดีได้เป็นอย่างดี มีส่วนในการส่งเสริมให้บทบาทของศาลยุติธรรมดำเนินไปอย่างเป็นอิสระปราศจากการแทรกแซง ปรับตัวและพัฒนาองค์กรให้สอดคล้องต่อบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นหลักประกันสิทธิและเสรีภาพให้แก่ประชาชนทุกคนได้อย่างแท้จริง" โฆษกศาลยุติธรรมกล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด