นายเกรียงไกรเธียรนุกุล รองประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่าเห็นด้วยกรณีกระทรวงการคลังเตรียมวงเงินสินเชื่อ 114,100 ล้านบาท ให้ผู้ประกอบการ SMEs 3 กลุ่มทั้งกลุ่มทั่วไป กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มรายย่อยและประชาชนเนื่องจากช่วยประคองให้มีเม็ดเงิน เพิ่มสภาพคล่องในระยะสั้นแต่วงเงินดังกล่าวน่าจะไม่เพียงพอ หลังจากต้นตอปัญหาอย่างวิกฤตโควิด-19ยังรู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่
"1.1 แสนล้านคงไม่พอ แต่ดีกว่าไม่ออกมา วันนี้ภาคท่องเที่ยวบริการ กระทบหนักมาก ไม่รู้จะพยุงได้อีกนานแค่ไหน ที่ผ่านมาแบงก์เข้มปล่อยกู้ พ.ร.ก1.9 ล้านล้าน แบ่งเป็น 5 แสนล้านที่เป็นซอฟท์โลน ปรากฏผ่านหลายเดือนปล่อยได้ แค่ 1แสนล้าน แต่รอบนี้สินเชื่อให้กู้ผ่านธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ อาจได้เห็นผ่อนปรนและเข้าถึงแหล่งเงินมากขึ้น" นายเกรียงไกร กล่าว
อย่างไรก็ดี ส.อ.ท.เสนอรัฐให้เตรียมเม็ดเงินอีก 1ล้านล้านบาท หรือไม่น้อยกว่า 50% ของจีดีพีเพื่อช่วยเหลือผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันเม็ดเงินอัดฉีด 1.9ล้านล้าน คิดเป็น 10.1% ของจีดีพีเท่านั้น หากเทียบหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ใช้เงินอัดฉีดกว่า20% ของจีดีพี ขณะที่สหรัฐฯ เตรียมอัดฉีดอีก 1 ล้านล้านเหรียญหลังก่อนหน้านี้อนุมัติแล้ว 2 ล้านล้านเหรียญแล้วไม่พอ ซึ่งคิดเป็น 13 - 14% ของจีดีพี
"ตั้งแต่ต้นปีเก็บภาษีต่ำเป้าทุกตัว ไตรมาส 3ยังไม่กลับมาเร็ว ทั้งปีไม่ได้ตามเป้าแน่นอน มาตรการกู้เงินน่าจะชัดเจนถ้าต้องใช้ก็ต้องกู้ เพราะวันนี้ต้องทำให้ SMEs และเศรษฐกิจเดินให้ได้ก่อน" นายเกรียงไกร กล่าว