(19 สิงหาคม 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวเมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา ถึงสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ โดยมองว่าลุกลามดังไฟลามทุ่ง ดังนั้น ผู้มีอำนาจมีแนวทางว่าต้องการแก้ปัญหาดับไฟ หรืออยากให้เกิดเรื่องบานปลายมากไปกว่านี้ ขอให้คิดดูนายจตุพร กล่าวว่า ธรรมชาติของไฟที่ดับอยากที่สุด คือ ไฟไหม้ใต้ดิน และเหตุการณ์การเมืองขณะนี้ เป็นเหมือนไฟใต้ดินปะทุขึ้น ซึ่งลุกโหมจากพื้นที่มหาวิทยาลัย ขยายไปถึงโรงเรียนต่างๆ แล้วลามออกไปกว้างขวางจนยากจะดับได้อย่างยิ่งโดยเฉพาะการชูสามนิ้วของนักเรียนขณะเข้าแถวร้องเพลงชาติ เป็นปรากฎการณ์ที่ใครคาดไม่ถึง แต่ผู้บริหารโรงเรียนและรัฐมนตรีศึกษา กลับไม่เข้าใจสถานการณ์ บอกให้จับนักเรียนในโรงเรียนได้ถ้าทำผิด เหมือนเป็นการยั่วยุ จนถูกนักเรียนตอบโต้ชุมนุมขับไล่ทันที
"อีกอย่างการสื่อสารในปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวสามารถถ่ายรูป อัดคลิปเผยแพร่ให้คนทั้งโลกรับรู้เหตุการร์ที่เกิดขึ้นได้ ดังนั้นจะใช้หลักคิดในอดีตแบบเดิมมาจัดการปัญหาไม่ได้ แต่ควรให้ความสำคัญกับแนวทางการมองไปเบื้องหน้า อย่าเอาแต่หาเบื้องหลัง หากมองว่าการชูสามนิ้ว ผูกโบว์ขาวเป็นศัตรู ยิ่งทำให้ไปกันใหญ่" นายจตุพร กล่าว
ส่วนสถานการณ์ในวันนี้ (18ส.ค.) ต้องยอมรับว่า ความตื่นตัวทางการเมืองลงไปถึงเยาวชนแล้ว ตนย้ำเสมอว่าในทางการเมืองใครต้องการได้ทุกอย่างนั้น คิดผิด แต่สิ่งที่ถูกคือต้องมีการสูญเสียอำนาจ และผลประโยชน์บางอย่างบ้าง ดังนั้น รัฐบาลต้องแสดงความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากบิดพลิ้ว ยื้อถ่วงเวลา จะนำไปสู่เหตุการณ์อื่นๆ ได้ เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์เป็นเหมือนไฟลามทุ่งดังนั้นสิ่งสำคัญ การแก้ไขสถานการณ์ที่เป็นจริง กระทรวงศึกษาฯต้องใช้หลักความเข้าใจ เพราะยุคสมัยแตกต่างกัน รวมทั้งแต่ละฝ่ายต้องใช้สมาธิมากกว่าความรู้สึก
"ส่วนการข่าวนั้น ต้องรายงานความจริง อย่ารายงานเฉพาะข่าวดี ที่ผู้มีอำนาจต้องการจะฟังเท่านั้นวันนี้นักเรียนลุกขึ้นมาชูสามนิ้ว ผูกโบว์ขาว ควรปล่อยให้เป็นสิทธิเสรีภาพ ไม่ควรมองในเชิงจะใช้อำนาจเข้าจัดการ เพราะจะเกิดการถลำลึก แล้วเกิดความสูญเสีย การแก้ปัญหาต้องมองคนหนุ่มสาวเป็นลูกหลาน มองเข้าไปถึงเบื้องลึกความต้องการ ไม่ใช่ยุยงให้เจ้าหน้าที่จัดการปัญหา" นายจตุพร กล่าว