เนชั่นทีวี

ข่าว

"ก้าวไกล"ยันหมวด 1 และ 2 แตะต้องได้

18 ส.ค. 2563 | chairat_pat

"ก้าวไกล"ยันหมวด 1 และ 2 แตะต้องได้

"เลขาธิการก้าวไกล" แจงเหตุผลไม่ร่วมฝ่ายค้านแก้รัฐธรรมนูญ เพราะมองว่าหมวด 1 และหมวด 2 สามารถแตะต้องได้ ไม่ถือเป็นเรื่องประหลาด เนื่องจากมาตรา 255 กำหนดไว้ชัดเจน ย้ำอย่ากังวลว่าจะทำเลยเถิด ยันต้องยกเลิก ส.ว. โดยเฉพาะการให้อำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี

(18 สิงหาคม 2563) นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการทางสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง ต่อกรณีพรรคไม่ร่วมลงชื่อกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อเสนอญัตติด่วนให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไข มาตรา 256 ให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. นั้น โดยพรรคพยายามไม่พูดเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้เกิดภาพความขัดแย้งในพรรคร่วมฝ่ายค้าน แต่เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้บอกกับสื่อมวลชนให้มาถามทางพรรคก้าวไกล จึงจำเป็นต้องออกมาชี้แจงเพื่อให้สังคมได้เข้าใจตรงกัน

ทั้งนี้ พรรคเห็นว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 เป็นระเบิดเวลาหรือเป็นวิกฤติ ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสด้วย หมายความว่า ทางออกของวิกฤติสามารถทำได้โดยการแก้รัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ผ่านการตั้ง สสร. เพื่อไม่ทำให้การเมืองเดินไปสู่ทางตัน แต่ก็ยังมีความเห็นต่างกันอยู่ พรรคก้าวไกลจึงไม่ได้ร่วมเข้าชื่อ เพราะขอสงวนความเห็นในประเด็นสำคัญบางประการไว้ แต่ยืนยันว่ายังทำงานร่วมกันต่อกับพรรคร่วมฝ่ายค้านในการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราอื่น เช่น ข้อเสนอของพรรคก้าวไกลในการปิดสวิตซ์ ส.ว. ผ่านการยกเลิกมาตราที่เกี่ยวข้องกับ ส.ว. ได้แก่ มาตรา 269 - 272 ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้าน กำลังพิจารณาร่วมกันอยู่ ยังมีความเป็นไปได้ที่จะยื่นเสนอแก้ไขร่วมกันในประเด็นเหล่านี้

"สำหรับประเด็นแก้ไขมาตรา 256 เพื่อตั้ง สสร. พรรคก้าวไกลเห็นด้วย และญัตตินี้ เมื่อมี ส.ส.เข้าชื่อเกิน 1 ใน 5 หรือ 98 คนแล้ว ก็จะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาต่อไป ซึ่งเราก็คงจะไปร่วมอภิปรายด้วย เพียงแต่เราขอสงวนความเห็นบางประเด็นไว้" นายชัยธวัช กล่าว

นายชัยธวัช กล่าวยืนยันว่า สิ่งที่พรรคสงวนความเห็นไว้า ไม่ใช่ประเด็นการเสนอปิดสวิตซ์ ส.ว.ในคราวนี้เลย แต่จะเป็นญัตติที่แยกยื่นต่างหาก เนื่องจากการแก้ไขมาตรา 269 - 272 เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ ส.ว.ไม่จำเป็นต้องทำประชามติ จึงไม่ควรผูกเข้าไว้การแก้ไขมาตรา 256 เพื่อตั้ง สสร. ซึ่งต้องมีการทำประชามติ

อย่างไรก็ตาม ในร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ยื่นกันไปเมื่อวานนี้ ไปกำหนดไว้ว่า สสร. ห้ามแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 1 และ หมวด 2 พรรคก้าวไกล เห็นว่าไม่มีความจำเป็น และไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ประเด็นแรก การไปล็อกไว้ว่า สสร. จะไม่แก้หมวด 1 และ หมวด 2 จะไปผลิตซ้ำความเข้าใจผิดว่า รัฐธรรมนูญ หมวด 1 และ 2 แตะต้องแก้ไขไม่ได้ ทั้งที่ความจริงแล้วมีการแก้ไขมาโดยตลอด ไม่ได้เป็นเรื่องต้องห้ามหรือแปลกประหลาด

นายชัยธวัช กล่าวย้ำว่า หากกังวลว่าจะมีการเซ็นต์เช็คเปล่าให้ สสร. ไปแก้อะไรที่เลยเถิด เรื่องนี้ไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะการแก้รัฐธรรมนูญแต่ละครั้ง มีข้อจำกัด รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 255 ซึ่งเป็นมาตราแรกของหมวดแก้ไขรัฐธรรมนูญ ได้กำหนดไว้อยู่แล้วว่า การแก้ไขที่เป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบหรือเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ ซึ่งหมายความถึงการเป็นราชอาณาจักร จะกระทำมิได้ มันจึงมีกรอบกำหนดขอบเขตในการจัดทำรัฐธรรมนูญอยู่ จึงไม่มีความจำเป็นต้องไปสร้างความเข้าใจผิด

นอกจากนี้ ประการที่ 2 ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ หมายความว่า ต้องยอมรับที่ผ่านมา โดยเฉพาะการแสดงความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่ ได้แสดงออกถึงสิ่งที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ได้อภิปรายไว้ถึงความจริงอันน่ากระอักกระอ่วน พูดตรงๆก็คือมีการแสดงออกเกี่ยวกับสถาบัน จึงคิดว่าสิ่งที่สังคมต้องตั้งหลักให้ดี คือ ควรมีวุฒิภาวะในการฟังพวก และอย่าไปใช้ความรุนแรงหรือกดดัน เพราะสิ่งที่เสนอยังอยู่ในกรอบของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

"เรามีความกังวลว่าหากไปล็อค หมวด 1 และ 2 ไว้ จะยิ่งทำให้ไปลดวุฒิภาวะของสังคมในการรับฟัง ส่งผลไปอีกด้านหนึ่งคือการปิดพื้นที่ปลอดภัย ทำให้สังคมรู้สึกว่าสิ่งที่สังคมหรือคนรุ่นใหม่แสดงออกเป็นสิ่งต้องห้าม แทนที่การมี สสร. จะเป็นทางออกร่วมกันที่ทุกฝ่ายเห็นว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัย สามารถเสนอความเห็น ความต้องการของตนเอง และหาข้อยุติร่วมกันอย่างสันติได้ ก็จะทำให้คนจำนวนมากรู้สึกว่า สสร.นี้ไม่ใช่พื้นที่ของพวกเขา"เลขาธิการพรรค กล่าว

นายชัยธวัช กล่าวย้ำว่า การสงวนความเห็นนี้อาจทำให้เข้าใจได้ว่า พรรคก้าวไกลต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวดที่ 1 และ 2 แต่ความจริง คือ พรรคไม่ได้เสนอว่าควรจะแก้หรือไม่ แต่ต้องการให้ สสร. เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ทุกฝ่ายมาหาข้อยุติร่วมกันได้จริง เชื่อว่า ใน สสร. จะทำให้ทุกฝ่ายได้เรียนรู้ว่า ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถได้ทุกอย่าง ที่ตนเองต้องการ แต่จะเป็นพื้นที่ให้สังคมสามารถหาฉันทามติ หรือหาจุดสมดุลย์ได้ และสุดท้ายร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ก็ต้องนำไปผ่านประชามติ เสียงส่วนใหญ่ของประเทศจะเป็นผู้ตัดสินว่ายอมรับหรือไม่ ดังนั้น จึงอย่าวิตกกังวลกันมากจนเกินไป

สำหรับการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคก้าวไกลที่จะมีการหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านต่อไป คือ มาตรา 269 -272 ซึ่งมาตรา 269 สาระสำคัญ คือ การยกเลิก ส.ว. 250 คน ที่มาจากการแต่งตั้งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้วให้กลับไปใช้ ส.ว. 200 คน ที่อยู่ในหมวดปกติ ส่วน มาตรา 270 และ 271 เป็นเรื่องเกี่ยวกับการออกกฎหมายปฏิรูปประเทศ ที่มีความเกี่ยวข้องกับ ส.ว. ส่วนมาตรา 272 คือ การยกเลิกอำนาจของ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี

ข่าวล่าสุด