เนชั่นทีวี

ข่าว

ก้าวไกลปัดแตกแยกพรรคร่วมฝ่ายค้านปมแก้รธน.

18 ส.ค. 2563 | chairat_pat

ก้าวไกลปัดแตกแยกพรรคร่วมฝ่ายค้านปมแก้รธน.

"ก้าวไกล" อธิบายเหตุผลถอนชื่อจากพรรคร่วมฝ่ายค้านหลังยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อสภาฯ เหตุไม่มีการระบุถึงหมวด 1 และหมวด 2 ย้ำพรรคต้องการปิดสวิตช์ ส.ว. หนุนจุดยืนนักศึกษา 3 ข้อ 2 จุดยืน กับ 1 ความฝัน แต่ต้องทบทวนบางประเด็นใน 10 ข้อเรียกร้อง แม้จะน่ารับฟัง

(18 สิงหาคม 2563) นายณัฐวุฒิ บัวประทุมรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า กรณีที่พรรคไม่ร่วมลงชื่อในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ขอยืนยันว่าไม่ได้แตกแยกในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งประเด็นหลักของพรรคร่วมฝ่ายค้าน คือ ปลดล็อคการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และต้องการให้มี สสร. ขึ้นมาพิจารณา ซึ่งพรรคได้มีการพิจารณาเรื่องนี้มาโดยตลอด

ทั้งนี้ แต่ในร่างฉบับดังกล่าว มีรายละเอียดสำคัญบางประการที่พรรคก้าวไกลต้องขอสงวนไว้ เนื่องจากญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่มีการแก้ไขในหมวด 1 และหมวด 2 โดยยังมีกรณีอื่นๆ ที่พรรคจะมีการผลักดันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งในการยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. ลงชื่อจำนวน 1 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมด หรือ 98 คน ซึ่งขณะนี้พรรคกำลังดำเนินการยื่นญัตติเรื่องการปิดสวิตช์สมาชิกวุฒิสภา หรือ ส.ว.

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 269-272 เป็นเรื่องที่นักศึกษาเรียกร้อง โดยพรรคได้ทำการร่างเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างยื่นให้พรรคร่วมฝ่ายค้านพิจารณา โดยจะทำการยื่นญัตตินี้ให้เร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะยื่นได้ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งมองว่ารัฐธรรมนูญ ปี 2560 เป็นรัฐธรรมนูญปิดล็อก และทำให้เกิดวิกฤตในตัวเอง โดยสถานการณ์ปัจจุบันไม่มีทางจะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่การแก้ไข เปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องยกร่างฉบับใหม่ พร้อมทั้่งขอเรียกร้องให้ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล ร่วมลงชื่อในญัตติของพรรคก้าวไกลด้วย

"ร่างแก้ไขของพรรคเพื่อไทยระบุว่า จะไม่แก้ในหมวดที่ 1 และหมวดที่ 2 แต่ที่ผ่านมาหมวดที่ 1 มีการแก้ไขมาโดยตลอด จึงไม่มีความจำเป็นที่จะปิดล็อกไม่ให้มีการแก้ไข ส่วนหมวดที่ 2 เป็นหมวดที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ จึงมีการตั้งคำถามว่า หากมีการแก้ไขโดย สสร. ก็เกรงว่า สสร. จะมีการแก้ไขในข้อความที่เลยเถิดออกไปเกินกว่าที่จะกำหนดได้" รองหัวหน้าพรรค กล่าว

นายณัฐวุฒิกล่าวด้วยว่าซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ในหมวดที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์นั้น ยังมีรัฐธรรมนูญมาตรา 255 ที่ระบุอยู่แล้วว่า รูปแบบการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่สามารถแก้ไขการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขได้ ขณะเดียวกัน จะไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐได้ซึ่งเป็นการเขียนเพื่อให้ยกเว้นการแก้ไขในหมวดที่ 1 และ หมวดที่ 2 ไว้อยู่แล้ว

นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่ามองว่าสังคมไทยต้องมีพื้นที่เปิดกว้างให้กับบุคคลที่มีวุฒิภาวะ และต้องมีพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกภาคส่วนได้แสดงความเห็นอย่างเปิดกว้าง ซึ่งเชื่อว่าเมื่อมีการแสดงความคิดเห็น เมื่อมี สสร. แล้ว ทุกความเห็นจะถูกเสนอย่างเป็นระบบ ให้ สสร. พิจารณา ส่วนข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ควรนำมาพิจารณาก่อน คือ ข้อเรียกร้องหลัก 3 ข้อ 2 จุดยืน กับ 1 ความฝัน ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่ประชาชนเห็นตรงกันอย่างไรก็ดี แต่ข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ก็มีบางข้อที่ควรค่าแก่การพิจารณา ดังนั้น จำเป็นต้องมีพื้นที่ปลอดภัยให้มีข้อถกเถียงกัน มีกระบวนการรับฟังที่เป็นระบบ และจำเป็นต้องรับฟังความเห็นที่หลากหลาย ซึ่งมองว่าในข้อเรียกร้อง 10 ข้อ มีบางประเด็นที่ต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม ว่าต้องการสื่อสารอะไร แต่ในภาพรวมไม่กระทบต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข


ข่าวล่าสุด