ลูกสาวเหยื่อหนี้นอกระบบรายนี้ เล่าเหตุการณ์วันที่เธอและพี่สาวถูกควบคุมตัวในห้องนายอำเภอ ซึ่งมีทั้งคนแต่งกายธรรมดา และแต่งชุดตำรวจคุมตัวเธอกับพี่สาวเอาไว้ โดยบังคับให้เซ็นยินยอมรับสภาพหนี้ หลังแม่เป็นหนี้นอกระบบ โดนนายทุนขู่ยึดที่นา 7 ไร่
กระทั่งแม่ของเธอถูกคุมขังในห้องขังสถานีตำรวจ เพราะโดนนายทุนแจ้งจับ จากการเข้าไปวิดบ่อปลาในที่นาของตัวเอง ซึ่งเป็นที่นาที่นำไปจำนองค้ำประกันเงินกู้ แต่นายทุนทำเป็นขายฝากแล้วยึดที่นาไป แต่แม่ไม่ยอมเซ็นยินยอมยกที่นา 7 ไร่ 3 งานให้นายทุนจึงถูกดำเนินคดี
ระหว่างที่เธอเล่าเหตุการณ์วันที่แม่ถูกจับ เรารับรู้ได้ถึงความหวาดกลัว แม้เวลาจะผ่านมานานหลายปีแล้ว
หลังจากเธอและพี่สาวไม่เซ็นยินยอม เมื่อหมดเวลาราชการ ตำรวจจึงนำตัวแม่เข้าเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด เพราะไม่มีเงินประกันตัว ส่วนเธอและพี่สาว ถูกปล่อยตัวหลังโดนขังไว้นาน 10 ชั่วโมง
ระหว่างที่แม่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ เธอขี่รถจักรยานยนต์ข้ามจังหวัดเพื่อมาเยี่ยมแม่ จนเกิดอุบัติเหตุ และต้องพักการเรียนไปหนึ่งเทอม ซ้ำร้ายนายทุนยังส่งคนไปคุกคามถึงในโรงเรียน
เหยื่อหนี้นอกระบบรายนี้ยังบอกอีกว่า รู้สึกไม่ได้รับเป็นธรรมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่มีส่วนร่วมรู้เห็นกับนายทุน แทนที่จะปกป้องชาวบ้าน ซึ่งที่ผ่านมาได้ร้องเรียนไปหลายหน่วยงาน แต่ไม่มีความคืบหน้า
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กวดขันจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบและผู้ติดตามทวงถามหนี้โดยวิธีการผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 ถึงสิ้นเดือนเมษายน 2563 จับกุมทั้งสิ้น 5,479 คน แต่ไฉนยังมีลูกหนี้นอกระบบถูกคุกคามอย่างต่อเนื่อง แสดงว่ายังมีคนทำผิดที่ยังไม่ถูกจับแล้วไปสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ฝากเป็นการบ้านให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปแก้ไข