เนชั่นทีวี

ข่าว

ม็อบปรับทิศ พักจาบจ้วง ลุยแก้รธน. ชิงอำนาจรัฐ

18 ส.ค. 2563 | pakorn_pue

ม็อบปรับทิศ พักจาบจ้วง ลุยแก้รธน. ชิงอำนาจรัฐ

ฝ่ายความมั่นคงประเมิน "ม็อบปลดแอก" มวลชนหนาแน่นเพราะฝ่ายการเมืองเปิดหน้าขนคนร่วมสนับสนุน แถมมีปรับยุทธศาสตร์ลดโจมตีสถาบัน หันให้น้ำหนัก 3 ข้อเรียกร้องหลักแทน ลุยกดดันแก้รัฐธรรมนูญ ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ได้อำนาจรัฐแล้วค่อยว่ากันต่อ คาดกันยาฯ-ตุลาฯอาจได้เห็นม็อบใหญ่ลงถนน

ฝ่ายความมั่นคงประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มประชาชนปลดแอกเมื่อวันอาทิตยืที่ 16 สิงหาคม ยอดผู้ชุมนุมสูงขึ้นกว่าทุกครั้ง ตัวเลขอยู่ราวๆ 10,000 คน เนื่องจากมีมวลชนของพรรคการเมืองเข้าไปเติม หลังจากพรรคการเมืองบางพรรคประกาศสนับสนุนม็อบอย่างชัดเจน นอกจากนั้นยังมีคนดัง ศิลปิน ดาราบางส่วนที่มีรสนิยมทางการเมืองตรงข้ามรัฐบาลชักชวนไปร่วมด้วย
ขณะเดียวกัน ยังมีการตั้งข้อสังเกตกรณีแกนนำนักศึกษาบางรายเปลี่ยนท่าที ไม่พูดถึงสถาบัน และยังเดินทางกลับก่อนม็อบเลิก สะท้อนว่าแกนนำนักศึกษาบางส่วนมีฝ่ายการเมืองอยู่เบื้องหลัง และน่าจะถูกสั่งให้ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์เพื่อลดกระแสต้าน หันมากดดันให้เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ แล้วยุบสภา จัดการเลือกตั้งใหม่อย่างรวดเร็วดีกว่า เพื่อให้ได้อำนาจรัฐ เพราะแกนนำฝ่ายการเมืองมองว่ากระแสจุดติดแล้ว และหากมีการเลือกตั้งใหม่พวกตนจะได้ประโยชน์ แต่หากปล่อยให้ม็อบโจมตีสถาบันต่อไป อาจกลายเป็นเงื่อนไขการปฏิวัติรอบใหม่ ทำให้พวกตนไม่ได้อำนาจรัฐ

ฉะนั้นสถานการณ์นับจากนี้ การชุมนุมจะยกระดับขึ้น เพียงแต่จะไม่พาดพิงสถาบันเบื้องสูง ประเมินว่าอาจมีการนัดชุมนุมใหญ่ลงถนนช่วงเดือนกันยายนหรือตุลาคม ซึ่งจะเป็นช่วงที่มาตรการความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ของรัฐบาลหมดลงทุกมาตรการ จึงมีแนวโน้มที่กลุ่มคนตกงาน และผู้ที่ยังได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจ จะผสมโรงออกมาร่วมชุมนุมไล่รัฐบาลด้วย
การประเมินของฝ่ายความมั่นคง สอดคล้องกับการวิเคราะห์ของ ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น เลขาธิการกลุ่มส่งเสริมธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ที่บอกกว่า หลังจากดูเกมการวางยุทธศาสตร์การชุมนุมของ "กลุ่มประชาชนปลดแอก" ล่าสุดแล้ว ไม่มีกลุ่มแกนนำม็อบจากธรรมศาสตร์และเพนกวินซึ่งเรียกร้องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ขึ้นเวที มองว่าน่าจะมีการปรับยุทธศาสตร์ใหม่ในลักษณะ "กินทีละคำ" คือเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งน่าจะตรงกับบุคลิกภาพของสังคมไทยมากกว่า

ม็อบปรับทิศ พักจาบจ้วง ลุยแก้รธน. ชิงอำนาจรัฐ

ผศ.ดร.เชษฐา อธิบายว่า ยุทธศาสตร์ "กินทีละคำ" หมายถึงว่า ท้ายสุดแล้วฝ่ายต้านรัฐบาลจะเลือกวิถีทางประนีประนอมในระดับหนึ่ง เริ่มจากการให้บางม็อบส่งข้อเสนอสุดโต่งเรื่องสถาบัน จากนั้นก็ให้บางม็อบถอยมายืนยัน 3 ข้อเรียกร้องแรก (แก้รัฐธรรมนูญ, ยุบสภา-ลาออก, หยุดคุกคาม) เมื่อรัฐบาลตอบรับข้อเสนอเรื่องสถาบันไม่ได้ ก็ต้องยอมประนีประนอมมาดำเนินการเรื่องข้อเรียกร้อง 3 ข้อหลักของผู้ขุมนุม คือต้องแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้ตั้ง ส.ส.ร. หรือสภาร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่
แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะยังไม่มีการแตะเรื่องโครงสร้างการปกครองหรือสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่จะมุ่งไปที่การแก้กติกาเลือกตั้ง และตัดอำนาจ ส.ว.ไม่ให้โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่โดยเร็วภายใต้กติกาใหม่ ซึ่งจะทำให้กลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลมีโอกาสชนะเลือกตั้ง และเข้าไปเป็นรัฐบาลกุมอำนาจแทน แล้วลดทอนบทบาทของกองทัพเพื่อป้องกันการรัฐประหาร จากนั้นก็ตั้งคณะกรรมการศึกษาแนวทางการแก้ไขหรือยกร่างรัฐธรรมนูญ แล้วรอดูกระแสอีกครั้งว่าจะแก้ไขได้ระดับไหน เพื่อเลี้ยงกระแสสนับสนุนจากคนรุ่นใหม่ในประเด็นที่พวกตนจุดเชื้อไฟไว้ให้เป็นฐานทางการเมืองต่อไป

ข่าวล่าสุด