เนชั่นทีวี

ข่าว

ย้ำนักศึกษาหลายเรื่องในประเทศมีบทเรียนมาแล้ว

17 ส.ค. 2563 | chairat_pat

ย้ำนักศึกษาหลายเรื่องในประเทศมีบทเรียนมาแล้ว

นายกรัฐมนตรี ยันประเทศเป็นของคนไทยทุกคน วอนดูพื้นฐานก่อนคิดเปลี่ยนแปลง ชี้ปัญหาเศษฐกิจคือเรื่องเป็นตายของชาติมากกว่าเรื่องอื่น แนะนักศึกษาให้ความสำคัญการเรียน พร้อมย้ำหลายเรื่องมีบทเรียนมาแล้ว ถามกลับจะเข้าสู่วัฏจักรอย่างเดิม ที่ทำให้ต้องมาอยู่ตรงนี้

(17 สิงหาคม 2563) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "ยกกำลังสองการศึกษาไทย สู่ความเป็นเลิศ" (Thailand Education Eco-System) และการแสดงวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนการศึกษาไทยโดยก่อนกล่าวปาฐกถา นายกฯ ได้ถามหาสื่อมวลชน ว่าได้เข้ามาหรือไม่ หากสื่อฯไม่ได้เข้ามา แล้วจะพูดทำไม พร้อมระบุว่า นี่เป็นเรื่องความเป็นความตายของประเทศชาติ มากกว่าอย่างอื่น ไม่เข้ามา ข้างนอกก็จะไม่ใช้สัมภาษณ์

ก่อนที่นายกฯ กล่าวว่า การพัฒนาการศึกษาทุกวันนี้ (17ส.ค.) ต้องทำเพื่อลูกหลาน เพื่ออนาคต ยอมรับว่าไม่สามารถทำคนเดียวได้ แต่ต้องช่วยกันทั้งหมด และเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์เรื่องการศึกษา รัฐบาลต้องแก้ปัญหาเหล่านี้ ซึ่งคาดหวังพอสมควร วันนี้เข้าสู่ปี 2563 แล้ว ตนคิดว่าต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมดแล้ว เพราะวันนี้หลายอย่างยากขึ้น ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นเรื่องแรกๆ และต้องปรับมายด์เซทใหม่

"แต่ไม่ใช่เปลี่ยนจนไม่เข้ากับบริบทของความเป็นไทย พัฒนาเด็กให้คิดเป็น และเยาวชนต้องให้ความสำคัญเรียนให้จบมากกว่าสิ่งอื่น และนายกฯไม่ใช่มาเพื่อเปิดงานปิดงาน คิดอยู่ตลอด เพื่อให้ประเทศชาติบ้านเมืองสงบปลอดภัย" นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตั้งแต่เป็นนายกฯมา 6 ปี ยอมรับว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปมาก วันนี้ได้แต่การสร้างความรับรู้ความเข้าใจ ตนมีหน้าที่เป็นรัฐบาล รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ต้องไม่ทำลายศักยภาพของตนเอง ทำให้ประเทศมีปัญหา ต้องแก้ไปตามขั้นตอน อย่าให้สิ่งเหล่านี้มาทำให้เกิดปัญหา ตนทำหน้าที่ดีที่สุดในการทำงานและรับผิดชอบ ถ้าหากมัวแต่คัดแย้ง ต่อต้าน ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง และปัจจุบันสถาการณ์บ้านเมืองไม่ได้ปกติ

"หลายสื่อรายงานนู้นตก นี่ตก สร้างแรงกดดันภายในประเทศ แต่ไม่แสดงความเข้าใจ ว่าต่างประเทศก็ตกเช่นกันทุกวันนี้ยังมีปัญหาเก่าๆ เช่น ลืมเด็กในรถ คือการขาดความรับผิดชอบ ต้องคิดว่าจะทำอย่างไร ไม่ให้มีปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นอีก ขณะเดียวกัน ต้องพยายามลดการบ้านเด็กให้น้อยลง เพื่อไม่ให้เกิดความเครียด และแนะนำว่าอย่าคัดเด็กด้วยการสอบ แต่ให้ดูตามพรสวรรค์ของเด็กเป็นหลัก" นายกฯ ระบุ

ส่วนอีกเรื่อง คือ สื่อมวลชนที่ถือเป็นบุคคลสำคัญ หากเเพร่ข่าวอย่างเดียว คนนู้นว่าอย่างนี่ คนนี้ว่าอย่างนั้น ก็จะตอบโต้กันไปมา แต่ต้องคิดจะทำอย่างไร ให้เกิดความมีเสถียรภาพของรัฐบาล และไม่ให้เกิดความขัดแย้ง อย่าเอาทุกอย่างมาพันกัน ระหว่างอำนาจบริหาร ตุลาการ นิติบัญญัติ และสื่อมีหน้าที่เสริมสร้างความเข้าใจที่ดี อย่านำเสนอแต่ข่าวความขัดแย้ง

ทั้งนี้ บางสื่อนำเสนอข้อเท็จเกิดอะไรขึ้นแล้ว อยากให้เขียนสิ่งเหล่านี้ลงไปบ้าง แต่ผมก็บังคับใครไม่ได้ ต้องช่วยกันพูดกันเข้าใจ ประเทศชาติไม่ใช่ของตนเอง ไม่ใช่ของใคร แต่เป็นของคนไทยประเทศ จะเปลี่ยนแปลงอะไรต้องดูพื้นฐานของความเป็นไทย และขอย้ำว่า ต้องดูเรื่องเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรง เรื่องเป็นตายของประเทศ ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็ขอให้เป็นไปตามระเบียบขั้นตอน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำว่า ปัจจุบันโลกดิจิทัลนั้น คิดเร็ว ตัดสินใจเร็ว เชื่อเร็ว โดยที่พื้นฐานยังไม่พอ ขาดความรู้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ หลายประเทศเกิดขึ้นก่อน แต่แก้ได้ด้วยความสามัคคี และเลิกขัดแย้งแบบนั้นอีกแล้ว และหลายเรื่องมีบทเรียนมาหมด อยากจะเข้าสู่วัฏจักรอย่างเดิมหรือ หากเข้าสู่วัฏจักรก็จะกลับสู่ที่เก่า ที่ทำให้ตนต้องมาอยู่ตรงนี้ โดยที่ไม่เคยคิดใดๆทั้งสิ้น ตราบใดที่เป็นนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่แก้ไขปัญหาทุกอย่างให้มีเสถียรภาพให้ดีที่สุด ไม่อย่างนั้นภาพเศรษฐกิจจะพัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงท้ายของการปาฐกถา นายกฯยังแนะให้ทุกคนดูตัวเองก่อน เพราะไม่รู้ว่าจะตายวันไหน ตื่นเช้ามาขอก้มดูเท้าตัวเองก่อน ว่าลอยจากพื้นหรือไม่ อย่ามองแค่ขางกางเกงตัวเอง เหมือนตนเองที่ดูตัวเองทุกวัน หากทำไม่เป็นให้มาหา ตนเองจะสอน บางคนนอนไม่หลับ ก็ต้องพึ่งยาแต่กินมากก็ด้านยา ต้องเอาธรรมมะเข้าข่ม ตนเองไม่เกลียดใคร เพราะเกลียดใคร บาปจะอยู่ที่ตัว จึงขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย และเชื่อว่าคนไม่ดีจะเปิดหน้ามาเรื่อยๆ เพื่อให้ดำเนินการแก้ปัญหาให้ได้

อย่างไรก็ตาม เป็นที่สังเกตว่า นายกฯ มีสีหน้าค่อนข้างเครียด และใช้เวลากล่าวปาฐกถามากกว่า 1 ชั่วโมง และพูดวกไปวนมาหลายครั้ง เกี่ยวกับการปฏิรูปการเรียนการสอน นักเรียน นักศึกษา และสื่อมวลชน ก่อนจะบอกว่า "วันตัวเองพูดมาก พูดเยอะก็โดนด่า พูดน้อยก็โดนด่า" พร้อมท้าทายให้สื่อถามคำถาม เพื่อให้ตนเองตอบบนเวที อีกด้วย

ข่าวล่าสุด