เนชั่นทีวี

ข่าว

ทร.ยันเมืองการบิน 'อู่ตะเภา' เดินตามแผน

17 ส.ค. 2563 | Chatchai

ทร.ยันเมืองการบิน 'อู่ตะเภา' เดินตามแผน

ผอ.อู่ตะเภา เผยความคืบหน้าหลังลงนามโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกเป็นไปตามแผนแม้โควิดกระทบ ลุ้นทั้งปีผู้โดยสารตามเป้าแตะ 2 ล้านคน พร้อมจัดการระบบหลังบ้าน ต่อยอดความร่วมมือ AIS นำศักยภาพ 5G ยกระดับสู่ Smart Airport รองรับบริการผู้โดยสารที่จะกลับมาเดินทางตามปกติ

พล.ร.ท.กฤชพล เรียงเล็กจำนงค์ ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา เปิดเผยถึงความคืบหน้า โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก หลังจากลงนามสัญญาระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลตั้งขึ้นเฉพาะกิจโดย กลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา 
ยืนยันว่าการพัฒนาทุกอย่างยังเป็นไปตามแผน แม้โควิด-19 จะกระทบกับยอดผู้ใช้บริการปัจจุบัน โดยขณะนี้ทุกฝ่ายได้เดินหน้าต่อตามแผนงาน ได้มีการประสานงาน ตรวจวิเคราะห์พื้นที่ เพื่อทดสอบความถูกต้องของพื้นที่แล้ว ซึ่งเชื่อว่าโครงสร้างพื้นฐานทุกอย่างจะเรียบร้อยตามแผนงานใน 3 ปี จากนั้นในปีที่ 4 จะเริ่มให้บริการได้ 
ส่วนโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่อาจเกิดการล่าช้าจะกระทบกับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกหรือไม่นั้น ยอมรับว่า อาจมีผลกระทบ เพราะทุกส่วนได้มีการวางแผนมาอย่างเป็นระบบแล้ว อย่างไรก็ตามพื้นที่สนามบินอู่ตะเภามีความสะดวกสบาย สามารถเดินทางเข้ามาได้หลายช่องทาง จึงขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้นด้วย
สำหรับท่าอากาศยานอู่ตะเภา ในช่วงสถานการณ์การท่องเที่ยวปกติ มีจำนวนเที่ยวบินใช้บริการเฉลี่ยอยู่กว่า 1 พันเที่ยวบินต่อเดือน โดยกองทัพเรือ (ทร.) ในฐานะผู้กำกับดูแล ตั้งเป้าเพิ่มปริมาณผู้โดยสารในปี 2563 อยู่ที่ 2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีปริมาณอยู่ราว 7 แสน -1 ล้านคนต่อปี ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2561 ท่าอากาศยานอู่ตะเภาฯ ได้ร่วมมือกับบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัทในเครือของเอไอเอส นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามายกระดับการให้บริการและการบริหารอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2 ให้มีความทันสมัย อาทิ การพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับผู้โดยสาร และระบบวิเคราะห์ภาพวิดีโอ หรือ Video Analytics รวมทั้งพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์และระบบสื่อสารต่างๆ เพื่อขยายขีดความสามารถในการให้บริการภายในท่าอากาศยาน
ล่าสุดได้ขยายความร่วมมือโดยนำเทคโนโลยี 5G มาสนับสนุนการบริหารจัดการภายในสนามบิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยและประสิทธิภาพการบริหารอาคาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงของการฟื้นฟูประเทศจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยตอบสนองความต้องการของผู้โดยสาร เชื่อมโยงและสนับสนุนการเดินทาง การขนส่งทางอากาศ เพื่อยกระดับสู่อาคารผู้โดยสารอัจฉริยะ หรือ Smart Airport ของประเทศ 
และเสริมความแข็งแกร่งให้สนามบินอู่ตะเภาเป็นมหานครการบินแห่งภูมิภาคอาเซียน ที่จะช่วยดึงดูดนักลงทุน ความเจริญต่างๆ เข้ามาในพื้นที่ EEC มากยิ่งขึ้น เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคักและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแกร่งได้อย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด