ทั้งนี้ศาลล้มละลายกลาง ได้ให้พยานฝ่ายลูกหนี้คือบมจ.การบินไทย ขึ้นชี้แจง โดยกำหนดทั้งหมด 3 ปาก คือ นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย นายปิยะสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการบมจ.การบินไทย และตัวแทนบริษัทอีวายคอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด โดยมีผู้คัดค้านคือเจ้าหนี้ 16 ราย ได้ส่งตัวแทนซักถามพยานสำหรับพยานปากแรกที่ได้ขึ้นชี้แจงและตอบข้อซักถามของผู้ยื่นคัดค้าน คือ นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการกรรมการบมจ.การบินไทย โดยประเด็นที่ถูกซักถามอย่างหนัก คือ กรณีของการตั้งบริษัทอีวายคอร์ปอเรทฯ เป็นหนึ่งในคณะผู้ทำแผน ซึ่งไม่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจการบิน และไม่เคยบริหารงานธุรกิจระดับแสนล้านบาท และยังมีทุนจดทะเบียนเพียง 10 ล้านบาท อีกทั้งยังเป็นคนละบริษัทกับบริษัทอีวาย คอร์ปอเรท เซอร์วิสเซส ที่เป็นผู้ตรวจสอบบัญชี แต่ไม่ใช่บริษัทเดียวกัน นายชาญศิลป์ ทราบหรือไม่ นายชาญศิบป์ ตอบว่า ไม่ทราบ และกำลังพิจารณาอยู่ เพราะเป็นเรื่องที่ตั้งขึ้นมาก่อนที่จะเข้ามาเป็นรักษาการดีดีการบินไทย และยืนยันว่ายังไม่ได้มีการจ่ายเงินให้กับบริษัทอีวายคอร์ปอเรชั่นฯ แต่อย่างใด
ส่วนข้อซักถามที่ว่าเมื่อมีการแต่งตั้งผู้ทำแผนแล้ว บริษัทอีวายคอร์ปอเรทฯ จะต้องร่วมลงนามในแผนด้วยหรือไม่นั้น นายชาญศิลป์ ตอบว่า ไม่ทราบ
นอกจากนี้ ได้มีการสอบถามว่าหากการบินไทยฟื้นฟูไม่สำเร็จจะมีการยืดระยะเวลาขอฟื้นฟูเพิ่มเติมหรือไม่ นายชาญศิลป์ ตอบว่า กระบวนการฟื้นฟูมีขั้นตอนตามกฎหมาย ถ้าตามกฎหมายให้ยืดระยะเวลาได้ ก็ทำ ส่วนแหล่งที่มาของเงินนั้น เพราะการบินไทยต้องใช่เงินหมุนเวียนปีละ 6 หมื่นล้านบาท และยังมีหนี้สะสมอีก 3.5 แสนล้านบาท นายชาญศิลป์ ตอบว่า แหล่งที่มาชำระหนี้ ยังไม่มี แต่อนาคตต้องมี
นายปิยะสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการบมจ.การบินไทย ตอบข้อซักถามประเด็นเดียวกับนายชาญศิบป์ ว่า ตนได้รับรายงานเรื่องการคัดเลือกบริษัทอีวายคอร์ปอเรทฯ เข้ามาเป็นคณะผู้ทำแผน ซึ่งทราบว่าเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์และบริษัทระดับโลก ส่วนกรณีมีการตั้งคำถามว่าบริษัทอีวายคอร์ปอเรทฯเป็นคนละบริษัทอีวาย ที่เป็นผู้ตรวจสอบบัญชี และมีเครือข่ายระดับโลก ตนยอมรับว่าทราบข้อมูล
ส่วนประเด็นที่บริษัทอีวายคอร์ปอเรทฯ ระบุว่ามีประสบการณ์ช่วยฟื้นฟูกิจการมา 3 บริษัท เช่น บริษัทสหฟาร์ม แต่ล้มเหลวนั้น ตอบว่าทราบ ส่วนที่ว่าสามารถชำระเงินให้เจ้าหนี้ได้เพียงเล็กน้อย โดยเรื่องดังกล่าวอยู่กระบวนการขำระหนี้ ยังไม่เสร็จเรียบร้อย
นายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่า ค่าตอบแทนจ้าวบริษัทอีวายคอร์ปอเรทฯเข้ามาทำแผน ตนในฐานะกรรมการทราบข้อมูลว่าจะมีการจ่ายผลตอบแทน 22 ล้านบาท โดยจ่ายเป็นงวด และ 15 ล้านบาท/เดือน ตั้งแต่ศาลแต่งตั้งผู้ทำแผนจนกว่าศาบจะเห็นชอบในแผน อย่างไรก็ดีรายละเอียดส่วนนี้ไม่ได้ระบุในแผน เพราะรอให้ศาบอนุมัติแผนก่อน และยังไม่ได้จ่ายค่าว่าจ้างแต่อย่างใด
ขณะที่แหล่งเงินทุนในการฟื้นฟูกิจการ ปัจจุบันมีการพูดคุยสถาบันการเงินในไทยแล้วหลายแห่ง ได้คำตอบที่ดีหลายสถาบันการเงิน พร้อมให้การสนับสนุน ถ้าศาลและเจ้าหนี้เห็นชอบแผนฟื้นฟูครั้งนี้ จะเป็นโอกาสที่การบินไทยจะได้รับโอกาสจากสถาบันการเงินในข่วงวิกฤติโควิด
ส่วนกรณีคำถามหากการฟื้นฟูกิจการครั้งนี้ไม่สำเร็จ การบินไทยจะขอฟื้นฟูกิจการอีกหรือไม่ ตนมองว่าหากแผนฟื้นฟูได้รับการเห็นชอบ จะสามารถเดินหน้าตามที่กำหนดไว้ แบะช่วยลดต้นทุนให้การบินไทยเดินหน้าเจรจาเจ้าหนี้เรื่องการชำระหนี้ ซึ่งจะทำให้สมารถหาเงินเข้ามาบริหารจัดการธุรกิจ โดยมั่นใจว่าแผนจะสำเร็จ