จากอาจารย์มหาวิทยาลัยท่านหนึ่ง (อาจารย์แมน)
... ผมเองพูดมาเป็นสิบครั้งตั้งแต่ก่อนแล้วว่า พวกนักเคลื่อนไหวการเมืองฝ่ายซ้ายของไทย เป็นไดโนเสาร์ที่เอาแต่เคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์
... ถ้าไม่โจมตีเรื่องหมอบกราบ ก็จะแก้รัฐธรรมนูญ หรือโจมตีสถาบันกษัตริย์ ...
ซึ่งสาระเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการเลียนแบบคตินิยมวิธีคิดฝรั่งราวกับทารกที่เพิ่งหัดพูด และพวกนี้ไม่มีความรู้เกี่ยวกับชาติไทยเพียงพอว่าเรามีของดีหรือเอกลักษณ์อะไรที่จะต้องรักษาไว้บ้าง (เช่นเดียวกับ สศจ. ศาสดาของพวกเขา)
แถมยังเสพติดวิธีคิดแบบมูลวิวัติ (radicalism) ราวกับพวกเขมรแดงก็ไม่ปาน มีความคิดอ่านและทำตัวเหมือนพวกไม่มีอารยธรรม สมควรแล้วที่โดนเขาประณามว่าเป็นพวกชังชาติ
ประเด็นสำคัญเฉพาะหน้าที่เกี่ยวข้องกับทางรอดของประเทศ อย่างภาวะโลกร้อน ความรุนแรงปืน ปัญหาคอร์รัปชั่น เศรษฐกิจและความมั่นคง และการก่อการร้ายจากลัทธิสุดโต่งทางศาสนา ฯลฯ ไม่เคยได้รับความสนใจจากนักเคลื่อนไหวพวกนี้
การต่อสู้ทาง ideology หรือคตินิยมการเมือง เป็นของที่ชาติตะวันตกคิดขึ้นและมีอันตรายสาหัสสากรรจ์ ไม่ใช่เรื่องที่เด็กทารกจะเอามาเล่นโดยไม่รู้ความ เพราะของพวกนี้ไม่ใช่แฟชั่น
ถ้าเราดูอย่างประเทศเกาหลี คนที่เป็นชาติพันธุ์เดียวและพูดภาษาเดียวกัน ทั้งยังมีวัฒนธรรมเดียวกันมา 2,000 กว่าปี ต้องมาเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันจนสุดแผ่นดิน จนแทบจะยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ใส่กันได้ทุกเมื่อนั้น ก็ล้วนมีเหตุมาแต่การที่เขาตกเป็น "เหยื่อ" ของลัทธิการเมืองของตะวันตก ที่ต้องการมาแบ่งแยกชาติของเขามารับใช้ "hegemony" ของตนทั้งสิ้น
เยาวชนในปัจจุบัน แม้มีข้อมูลข่าวสารมาก แต่ระดับสติปัญญาต้องบอกว่าน่าผิดหวัง ยังคิดวิเคราะห์อะไรด้วยตนเองไม่ได้เอาเลย จึงมักถูกนักการเมืองใช้ประโยชน์ให้มาเรียกร้องอำนาจคืนให้พวกตน เพราะนักการเมืองพวกนี้เขาเก่งในเรื่องการแบ่งแยกประชาชนเพื่อเข้าสู่อำนาจ
พวกนักการเมืองนี้ฉลาดเจ้าเล่ห์ มักจะดึงเอานิสิตนักศึกษา มาร่วมต่อสู้ในการต่อสู้ที่สิ้นคิด หรือการต่อสู้ที่ไร้อารยะ และตายแทนพวกตน
ถ้าเราดูการเมืองระหว่างประเทศ เราจะเห็นตัวอย่างที่ไม่ต่างกันมาก ... อย่าง ปธน. ทรัมพ์ ต้องการกลับเข้าสู่อำนาจ แกก็เอาแต่ให้ข้อมูลเท็จเรื่อง Covid และสนับสนุนให้ประชาชนออกมาประท้วง ไม่ทำตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตนจะได้ดูเหมือนว่าเป็น "ฝ่ายถูก" สุดท้ายคนก็ล้มตายเป็นแสน ๆ แต่เขาไม่ได้สนใจ ไม่ได้คิดจะรับผิดชอบ
นี่เป็นจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของระบอบประชาธิปไตย คือ ปัญหาการควบคุมจริยธรรมของนักการเมือง อเมริกาต่อให้ยิ่งใหญ่แค่ไหน อีกไม่กี่สิบปีก็อาจจะไม่มีประเทศที่ชื่อ USA อีกต่อไป อาจจะต้องแตกออกเป็นหลายก๊กหลายฝ่าย ทั้งนี้เพราะเขาเชื่อมั่นในระบอบการเมืองของตนมากเกินไป
และสุดท้ายในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าของธรรมศาสตร์ ผมรู้สึกผิดหวังในคณาจารย์ธรรมศาสตร์ไม่น้อย อาจารย์หลายคนก็รหัสนิสิตใกล้เคียงกับผม เป็นคนในรุ่นเดียวกันนี่เอง
จริงอยู่ว่าธรรมศาสตร์มีบทบาทเป็น "มหาวิทยาลัยของประชาชน" มาตลอด แต่สถาบันการศึกษาที่ปลูกฝังนิสิตให้มีทัศนะทางบวกต่อประเทศชาติไม่ได้ ย่อมเป็นสถาบันการศึกษาที่ล้มเหลว
ดูเหมือนว่าธรรมศาสตร์ในยุคนี้จะเอาแต่สอนความคลั่งสุดโต่ง (fanaticism) ให้เยาวชน มากกว่าที่จะสอนให้เป็นผู้ที่มีปัญญา******
ผมเห็นด้วยกับการวิจารณ์ของอาจารย์แมนในบทความข้างต้นนะ
สุวินัย ภรณวลัย