นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในครึ่งหลังของปีนี้บริษัทฯจะเริ่มรับรู้รายได้จาก 3 โครงการ ได้แก่ โครงการส่วนขยายของโรงไฟฟ้านวนครกำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์ และกำลังผลิตไอน้ำ 10 ตันต่อชั่วโมงซึ่งจะจำหน่ายไฟฟ้าให้กับลูกค้าในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร ปัจจุบันมีลูกค้าที่ได้เจรจาลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว9 ราย โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมยานดิน กำลังการผลิต 214.2 เมกะวัตต์ ในออสเตรเลียซึ่งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับบริษัท Alinta Sales Pty Ltd. รวมทั้งโรงไฟฟ้าพลังความร้อน Thang Long ในเวียดนามหลังจากที่บริษัทฯลงทุนในกองทุน AnBinh Energy and Infrastructure Fund (ABEIF)
นอกจากนี้ บริษัทฯจะเดินหน้าเจรจาการร่วมลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักและพลังงานทดแทนต่างประเทศที่มีอยู่ในมือขณะนี้โดยเฉพาะอินโดนีเซีย และเวียดนาม ซึ่งจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อีก 400เมกะวัตต์ และบรรลุเป้าหมายปีนี้ 537 เมกะวัตต์ได้ตามแผนส่วนธุรกิจระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานวางแผนที่จะสร้างฐานและขยายฐานลูกค้าเพื่อสร้างรายได้ของบริษัทร่วมทุนที่ดำเนินธุรกิจด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีดิจิทัลคือ บริษัท สมาร์ท อินฟราเนท จำกัด และบริษัท ติงส์ ออน เน็ท จำกัด ซึ่งการเติบโตของธุรกิจมีแนวโน้มที่ดีสืบเนื่องจากวิถีปกติใหม่หลังวิกฤติการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19
"ตามแผนการลงทุนของบริษัทฯคาดว่าจะใช้เงินลงทุนโครงการใหม่และโครงการที่ได้ร่วมลงทุนแล้วประมาณ 15,000ล้านบาท ในครึ่งปีแรกบริษัทฯ ได้ใช้เงินลงทุนแล้ว 3,700 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจำนวน11,300 ล้านบาทจะใช้ลงทุนโครงการที่ลงทุนช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ บริษัทฯยังมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งที่สามารถรองรับการลงทุนเพิ่มขึ้นในอนาคตเพื่อสร้างมูลค่ากิจการของบริษัทฯให้เติบโตถึงเป้าหมายที่ 200,000 ล้านบาท ในปี2566 ได้อย่างเต็มที่" นายกิจจา กล่าว