เนชั่นทีวี

ข่าว

ราช กรุ๊ป เปิดแผนลงทุนครึ่งปีหลัง

15 ส.ค. 2563 | orawan_jan

ราช กรุ๊ป เปิดแผนลงทุนครึ่งปีหลัง

ราช กรุ๊ป ลุยทุ่ม 11,300 ล้านบาทรุกลงทุนครึ่งปีหลัง พร้อมรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าอีก 3 โครงการปีนี้ ยันฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งสามารถรองรับการลงทุนเพิ่มขึ้นในอนาคต เพื่อสร้างมูลค่ากิจการของบริษัทฯให้เติบโตถึงเป้าหมายที่ 200,000 ล้านบาท ในปี 2566

นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในครึ่งหลังของปีนี้บริษัทฯจะเริ่มรับรู้รายได้จาก 3 โครงการ ได้แก่ โครงการส่วนขยายของโรงไฟฟ้านวนครกำลังการผลิต 60 เมกะวัตต์ และกำลังผลิตไอน้ำ 10 ตันต่อชั่วโมงซึ่งจะจำหน่ายไฟฟ้าให้กับลูกค้าในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมนวนคร ปัจจุบันมีลูกค้าที่ได้เจรจาลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแล้ว9 ราย โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมยานดิน กำลังการผลิต 214.2 เมกะวัตต์ ในออสเตรเลียซึ่งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับบริษัท Alinta Sales Pty Ltd. รวมทั้งโรงไฟฟ้าพลังความร้อน Thang Long ในเวียดนามหลังจากที่บริษัทฯลงทุนในกองทุน AnBinh Energy and Infrastructure Fund (ABEIF)

 










นอกจากนี้ บริษัทฯจะเดินหน้าเจรจาการร่วมลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักและพลังงานทดแทนต่างประเทศที่มีอยู่ในมือขณะนี้โดยเฉพาะอินโดนีเซีย และเวียดนาม ซึ่งจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้อีก 400เมกะวัตต์ และบรรลุเป้าหมายปีนี้ 537 เมกะวัตต์ได้ตามแผนส่วนธุรกิจระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานวางแผนที่จะสร้างฐานและขยายฐานลูกค้าเพื่อสร้างรายได้ของบริษัทร่วมทุนที่ดำเนินธุรกิจด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีดิจิทัลคือ บริษัท สมาร์ท อินฟราเนท จำกัด และบริษัท ติงส์ ออน เน็ท จำกัด ซึ่งการเติบโตของธุรกิจมีแนวโน้มที่ดีสืบเนื่องจากวิถีปกติใหม่หลังวิกฤติการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 

 















"ตามแผนการลงทุนของบริษัทฯคาดว่าจะใช้เงินลงทุนโครงการใหม่และโครงการที่ได้ร่วมลงทุนแล้วประมาณ 15,000ล้านบาท ในครึ่งปีแรกบริษัทฯ ได้ใช้เงินลงทุนแล้ว 3,700 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจำนวน11,300 ล้านบาทจะใช้ลงทุนโครงการที่ลงทุนช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ บริษัทฯยังมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งที่สามารถรองรับการลงทุนเพิ่มขึ้นในอนาคตเพื่อสร้างมูลค่ากิจการของบริษัทฯให้เติบโตถึงเป้าหมายที่ 200,000 ล้านบาท ในปี2566 ได้อย่างเต็มที่" นายกิจจา กล่าว

 

สำหรับ ผลการดำเนินรอบ 6 เดือนแรก ปี 2563บริษัทฯ มีรายได้รวม จำนวน 20,767.79 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้จากการขายและบริการและรายได้ตามสัญญาเช่าการเงินของโรงไฟฟ้าที่บริษัทฯ ควบคุมจำนวน 18,321.55 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 88.22 ส่วนแบ่งกำไรของกิจการร่วมทุนและเงินปันผลจำนวน 2,194.56ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10.57 และรายได้จากดอกเบี้ยและอื่นๆ จำนวน 251.68 ล้านบาท















ฐานะการเงินของบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 มีสินทรัพย์รวมจำนวน 105,446.18 ล้านบาท หนี้สินจำนวน 46,332.34 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 59,113.84 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนจากอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน 0.46 เท่า อัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ (DSCR)5.77 เท่า และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น 7.97%

ข่าวล่าสุด