เนชั่นทีวี

ข่าว

ลุยหาตัว "ไอ้โม่ง" สั่งเปลี่ยนความเร็ว

14 ส.ค. 2563 | pakorn_pue

ลุยหาตัว "ไอ้โม่ง" สั่งเปลี่ยนความเร็ว

คณะกรรมการชุด "อ.วิชา มหาคุณ" เรียกหลักฐานและหนังสือร้องเรียนจาก "ตำรวจ พฐ.รุ่นใหม่" เพื่อหาตัว "ไอ้โม่ง" คนสั่งการให้ "พ.ต.อ.ธนสิทธิ แตงจั่น" ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน กลับคำให้การในประเด็นความเร็วรถเฟอร์รารีของ นายวรยุทธ หรือ บอส อยู่วิทยา จนทำให้อัยการใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการสั่งไม่ฟ้อง กระทั่ง "บอสรอดทุกข้อหา"

มีรายงานว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ที่มี ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ เป็นประธาน ให้ความสนใจประเด็นที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์ สบ. 4 กลุ่มงานตรวจเคมีฟิสิกส์ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวานนี้ว่าสาเหตุที่กลับคำให้การเรื่องความเร็วรถเฟอร์รารี จาก 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหลือเพียง 79.22 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้น เพราะมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่นำ ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม มาพบ แล้วเกิดแรงกดดันจนต้องกลับความเห็น
พ.ต.อ.ธนสิทธิ ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯว่า มีผู้บังคับบัญชาซึ่งขอสงวนงาม เดินทางมากับ ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และให้ตนเข้าไปพบในห้องทำงานของผู้บังคับบัญชาระดับสูงของหน่วย แล้วนำวิธีการใหม่ที่คำนวณความเร็วได้ 79.22 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นเอกสารความยาว 10 หน้ากระดาษมาให้พิจารณา บรรยากาศในขณะนั้นถูกบีบคั้น กดดัน และต้องให้การในวันเดียวกันนั้นทันที จึงให้การใหม่ไปตามเอกสารของ ดร.สายประสิทธิ์ แต่หลังจากนั้นได้นำข้อมูลกลับไปพิจารณาอย่างละเอียด และเห็นว่า ดร.สายประสิทธิ์ คำนวณไม่ถูกต้อง จึงพยายามขอแก้คำให้การ แต่ไม่สำเร็จ
นี่คือคำชี้แจงของ พ.ต.อ.ธนสิทธิ ที่คณะกรรมการชุด อ.วิชา มหาคุณ ให้ความสนใจ แต่ข้อมูลยังไม่จบเพียงแค่นี้ เพราะทางเนชั่นทีวียังได้รับจดหมายร้องขอความเป็นธรรม อ้างชื่อว่ามาจาก "กลุ่มตำรวจ พฐ.รุ่นใหม่" ซึ่งหมายถึงตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน

เนื้อหาระบุว่า การตรวจสอบย้อนหลังในสำนวนการสอบสวนคดีบอส อาจทำให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลางไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะ พ.ต.อ.ธนสิทธิ ซึ่งในจดหมายร้องเรียนเรียกชื่อเล่น "พี่หนู" ที่ถูกกล่าวหาว่าเปลี่ยนแปลงคำให้การในประเด็นความเร็วรถ ทำให้อัยการสั่งไม่ฟ้องคดีนี้ ทั้งๆ ที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ ถูกอดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจเรียกเข้าพบ ซึ่งภายในห้องที่ถูกเรียกเข้าไปมี ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม นั่งอยู่ด้วย
โดยอดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตำรวจบอกกับ พ.ต.อ.ธนสิทธิ ว่า อาจารย์สายประสิทธิ์ คำนวณความเร็วรถมาใหม่แล้ว และให้กลับคำให้การเดิม ทำให้ทาง พ.ต.อ.ธนสิทธิ รู้สึกถูกบีบคั้น จึงให้การใหม่ไปตามที่ได้ข้อมูลจาก อาจารย์สายประสิทธิ์ และตามที่อดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูงพยายามกดดัน
จดหมายร้องขอความเป็นธรรมฯ ยังระบุด้วยว่า หลังจากให้การใหม่แล้ว พ.ต.อ.ธนสิทธิ ไม่สบายใจ และอีก 2-3 วันต่อมาก็ได้โทรศัพท์ไปขอยืนยันผลตรวจวิเคราะห์ความเร็วเดิมกับพนักงานสอบสวนในคดี คือความเร็วรถ 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่พนักงานสอบสวนกลับไม่ยอมแก้ไขให้ จนกลายเป็นเรื่่องบานปลายมาจนถึงปัจจุบัน
ในจดหมายร้องขอความเป็นธรรม เขียนชื่อผู้บังคับบัญชาคนที่มากดดัน พ.ต.อ.ธนสิทธิ เอาไว้อย่างชัดเจน เป็นอดีตนายตำรวจระดับสูงที่เพิ่งเกษียณอายุราชการไปไม่นาน และเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ทนายของนายบอส ไปยื่นร้องขอความเป็นธรรม จนเกิดกระบวนการสอบสวนใหม่ และอัยการสั่งไม่ฟ้องนายบอสในที่สุด
ล่าสุด คณะกรรมการชุด อาจารย์วิชา มหาคุณ ได้ประสานมายังเนชั่นทีวี เพื่อขอจดหมายร้องขอความเป็นธรรมไปตรวจสอบด้วย

เป็นที่น่าสังเกตว่า ข้อมูลจากหนังสือร้องขอความเป็นธรรมฉบับนี้ ที่อ้างว่ามาจาก "ตำรวจ พฐ.รุ่นใหม่" นั้น ตรงกับข้อมูลที่ "เนชั่นทีวี" เคยได้รับมาจากอดีตผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งได้รับการยอมรับนับถือในวงการตำรวจอย่างกว้างมาก บอกว่ามีอดีตตำรวจใหญ่มาบังคับให้ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานกลับคำให้การ ในคดีนายบอส
"เนชั่นทีวี" ได้ขอสัมภาษณ์ พ.ต.อ.ธนสิทธิ เพิ่มเติมทางโทรศัพท์ เจ้าตัวเปิดเผยสั้นๆ ว่า ไม่ทราบเรื่องที่มีจดหมายร้องขอความเป็นธรรมไปยังสื่อมวลชน และไม่ได้เป็นคนส่งหรือเขียนจดหมายฉบับนี้ แต่ขออนุญาตไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อ เพราะได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ไม่ให้ตนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในทุกกรณี ฉะนั้นรายละเอียดทั้งหมดคงต้องรอให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ให้ข้อมูลเอง

ลุยหาตัว "ไอ้โม่ง" สั่งเปลี่ยนความเร็ว

ข่าวล่าสุด