ทั้งหมดเป็นผลมาจากความร่วมมือของทุกฝ่ายในการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมการ แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 นับตั้งแต่องค์การอนามัยโลกประกาศว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (Public health Emergency of international Concern) ตั้งแต่นั้นมา กระทรวงสาธารณสุข นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกมาเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการเฝ้าระวัง และป้องกันการแพร่ระบาดของโรค พร้อมทั้งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการต่างๆ ทั้งมาตรการทางกฎหมาย มาตรการในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรค เป็นต้น
อย่างมาตรการทางกฎหมาย แม้จะมี พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 แต่ด้วยสถานการณ์ ณ ขณะนั้น ทั่วโลกเกิดการระบาดในวงกว้าง ขณะที่ประเทศไทยก็พบการระบาดมากขึ้น การใช้ พ.ร.บ.โรคติดต่อ ในการประสานหน่วยงานต่างๆ นอกกระทรวงสาธารณสุขย่อมไม่เพียงพอ เห็นได้ชัดจากกรณีการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนที่สนามมวยลุมพินี (ตั้งแต่วันที่ 14-19 มี.ค.นี้ รวม 52 คน) และสถานบันเทิงทองหล่อ (ตั้งแต่ 12-19 มี.ค.นี้ มีผู้ติดเชื้อยืนยัน 57 คน) กระทรวงสาธารณสุข ต้องเร่งประสานหน่วยงานต่างๆ นอกสังกัดในการเฝ้าระวัง ข้ามจังหวัด เพื่อเร่งติดตามสอบสวนโรคผู้เข้าข่ายสงสัยติดเชื้อ หรือที่เรียกว่า กลุ่ม PUI (Patient under investigation) เพื่อนำเข้าสู่ระบบการเฝ้าระวังในสถานที่กักกันของรัฐเป็นเวลา 14 วัน และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด และหากผลตรวจพบว่ามีการติดเชื้อต้องนำเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยทันที เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตให้น้อยที่สุด