เนชั่นทีวี

ข่าว

หนุน3ข้อเรียกร้องม็อบนักศึกษา

14 ส.ค. 2563 | chairat_pat

หนุน3ข้อเรียกร้องม็อบนักศึกษา

"ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ย้อนถามสื่อมวลชน 10 ข้อเรียกร้องนักศึกษาจาบจ้วงตรงไหน ย้ำอาจเป็นความจริงกระอักกระอ่วม แต่เรื่องนี้วัดสังคมไทยมีวุฒิภาวะเป็นผู้ใหญ่แค่ไหน ในการเปิดใจรับฟังและคุยอย่างตรงไปตรงมา

(14 สิงหาคม 2563) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจประธานคณะก้าวหน้า เปิดเผยว่า ส่วนตัวพร้อมสนับสนุนและยืนเคียงนักศึกษาตาม 3 ข้อเรียกร้อง คือ หยุดคุกคามประชาชน แก้ไขรัฐธรรมนูญ และยุบสภาฯ เพราะเป็นการแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพ ซึ่งการคุมคามด้วยการจับกุมประชาชนที่ออกมาเรียกร้อง ไม่ใช่ทางออกในการแก้ปัญหา แต่เป็นการซ้ำเติม ด้วยการราดน้ำมันลงกองไฟ จึงอยากให้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล

ทั้งนี้ ยอมรับว่าสิ่งที่นักศึกษาพูด อาจจะเป็นความจริงที่กระอักกระอ่วนต่อสังคมไทย และนี่คือความท้าทายของสังคมไทย ว่าจะมีวุฒิภาวะพอหรือไม่ มีความเป็นผู้ใหญ่พอหรือไม่ ต้องรับฟังความเห็นเหล่านี้ อย่างตรงไปตรงมา สิ่งที่คนไทยต้องทำวันนี้ (14ส.ค.) คือ ต้องมองข้อเรียกร้องของนักศึกษาด้วยความหวังดี การที่ไม่รับฟังนักศึกษา เป็นการไม่เปิดโอกาสให้สังคม มองเห็นทางออกจากความขัดแย้ง

สำหรับข้อเรียกร้องของนักศึกษาธรรมศาสตร์ 10 ข้อนั้น ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าข้อเรียกร้องดังกล่าว อาจทำให้กลุ่มคนบางกลุ่มรู้สึกไม่สบายใจ แต่ต้องยอมรับความจริงอีกข้อหนึ่งว่า คือ ความจริงที่กระอักกระอ่วม ทุกคนตระหนักรู้อยู่แล้วแต่ไม่มีใครออกมาพูดเรื่องนี้ นักศึกษาเป็นกลุ่มคนแรกๆ ที่เอาเรื่องนี้ออกมาพูดในที่สาธารณะ ซึ่งถือว่ามีความกล้าหาญมาก จึงต้องพูดคุยด้วยสติ และ 10 ข้อเรียกร้อง ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย สังคมควรเอาเรื่องนี้มาพูดคุยกันอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า บางส่วนอาจรับไม่ได้กับการไปจาบจ้วง นายธนาธร ย้อนถามสื่อมวลชนว่า "มีข้อไหนที่จาบจ้วงละครับ" พร้อมกล่าวต่อว่า ควรแยกระหว่างเนื้อหา ข้อเรียกร้อง กับท่าทีที่นักศึกษาแสดงออก ยอมรับว่าท่าทีอาจทำให้กลุ่มคนบางส่วนไม่สบายใจ แต่ใจความหลักจริงๆ คือ เนื้อหา

นายธนาธร ยังกล่าวถึงคำแถลงของนายกรัฐมนตรีต่อการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษาเมื่อวานนี้ (13 ส.ค.) ว่าสิ่งที่สังคมไทยต้องการตอนนี้ คือ การเปิดใจรับฟังด้วยเหตุด้วยผล การไม่เปิดใจรับฟัง จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีได้อย่างไร เช่น มีการตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) ขึ้นมาเพื่อรับฟังความเห็นนักศึกษา แต่ขณะเดียวกันก็ไปดำเนินการจับกุม แสดงให้เห็นว่า ไร้ความจริงใจในการรับฟังความคิดเห็น สิ่งที่นายกฯพูดเมื่อวานนี้ว่าให้ทุกคนกลับมาสนใจปัญหาเศรษฐกิจนั้น

"คุณประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดด้วย มาตรา 44 มา 5 ปี ก่อนการเลือกตั้ง แล้วก็อยู่ในตำแหน่งโดยที่มีอำนาจในการบริหารมาปีกว่า ถ้ามันจะสำเร็จ ถ้ามันจะทำให้เศรษฐกิจไทย เดินไปข้างหน้ารับมือกับโควิดได้ มันทำสำเร็จไปนานแล้ว" นายธนาธร กล่าว


ข่าวล่าสุด