"นายเวหา นั้นมีแรงจูงใจในการกระทำดังกล่าว เนื่องจากมีความรู้สึกร่วม และกระทำไปโดยไม่ได้ไตร่ตรอง จึงได้สร้างเหตุการณ์ขึ้นมา มีทั้งสร้างตัวตนทั้งแอดมิน A แอดมินB แอดมินC โดยจากการตรวจสอบพบว่านายเวหา ได้นำซิมโทรศัพท์ไปหลอกเปิดเบอร์ใช้นามผู้อื่น เพื่อจะได้เปิดเฟซบุ๊ค หรืออวตารเฟซบุ๊คขึ้นมาใหม่ จากนั้นเข้าไปตอบในคอมเมนต์หรือโพสต์ตัวเอง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามใช้เฟซบุ๊คและซิมมือถือ จนกระทั่งจับตัวนายเวหา ได้ในที่สุด" รองผบช.ภ.6 กล่าว
จากการสอบสวนของตำรวจ เบื้องต้นนายเวหา ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และจากการตรวจสอบประวัติกรกระทำความผิด พบว่านายเวหา ยังเคยถูกดำเนินคดีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และฉ้อโกงประชาชน (กรณีเนินมะปรางมารารอน) ท้องที่ สภ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก คคีอาญาที่ 149/2560 ศาลจังหวัดพิษณุโลก พิพากษาจำคุก 2 ปี ปรับ 25,000 บาท โทษจำรอลงอาญา 2 ปี ลงคำพิพากษาวันที่ 3 ก.ค.2561 โดยนายเวหา ขอใช้สิทธิ์ไม่แสดงตนในการแถลงข่าวครั้งนี้ ตำรวจชุดจับกุมจึงควบคุมตัวนำส่ง พ.ต.ท.เอกชัย พรมทอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป